:
วันที่ 3 มิถุนายน วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี


สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานของเทศบาลตำบลต้นธง


๑. ด้านกายภาพ

1.1 ที่ตั้งของหมู่บ้านหรือชุมชนหรือตำบล


ข้อมูลภูมิศาสตร์, ภูมิรัฐศาสตร์

ตำบลต้นธง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของที่ว่าการอำเภอเมืองลำพูน ตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ที่ 10 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดลำพูนเป็นระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ตำบลต้นธงมีเนื้อที่ประมาณ 22.78 ตารางกิโลเมตร หรือ 14,611.21 ไร่ จำนวนหมู่บ้าน 11 หมู่บ้าน อยู่ในเขตเทศบาลตำบลต้นธง โดยมีการปกครองท้องที่โดยมีกำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแล

ตำบลต้นธง มีลักษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีแม่น้ำกวงและแม่น้ำปิงไหลผ่านพื้นที่ทางการเกษตร จำนวน 7,๗๖๐ ไร่

ทิศเหนือ         ติดต่อ   ตำบลริมปิง, เหมืองง่า, เทศบาลเมืองลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

ทิศใต้             ติดต่อ   ตำบลปากบ่อง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

(ติดกับแม่น้ำปิงและแม่น้ำกวงมาบรรจบกัน)

ทิศตะวันออก    ติดต่อ   ตำบลเวียงยอง ตำบลบ้านแป้น อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

(ติดกับแม่น้ำกวง)

ทิศตะวันตก      ติดต่อ   ตำบลแม่ก๊า อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ (ติดกับแม่น้ำปิง)


1.2 การแบ่งเขตการปกครอง

ตำบลต้นธง มี 11 หมู่บ้าน มีการปกครองท้องที่โดยมีกำนันและผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดูแล ประกอบด้วย

หมู่ที่ 1 บ้านสันต้นธง          ผู้ใหญ่บ้าน           นายพิสันต์    สุวรรณ์

หมู่ที่ 2 บ้านสันต้นธง          ผู้ใหญ่บ้าน           นายธีระพงษ์    ก้อนธง

หมู่ที่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว            ผู้ใหญ่บ้าน           นาย   สุรสิทธิ์  ทองจินดา

หมู่ที่ 4 บ้านศรีย้อย            กำนันตำบลต้นธง   นายอาคม    ณ ลำพูน

หมู่ที่ 5 บ้านพันตาเกิน        ผู้ใหญ่บ้าน         นายยุทธนา   มาเรือนธง

หมู่ที่ 6 บ้านสันมะนะ          ผู้ใหญ่บ้าน           นายมนตรี ดีวนา

หมู่ที่ 7 บ้านจักรคำภิมุข       ผู้ใหญ่บ้าน        นางพิชชาพร ศรีบุญเรือง

หมู่ที่ 8 บ้านใหม่สันมะนะ     ผู้ใหญ่บ้าน           นางนิตยา สุนันต๊ะ

หมู่ที่ 9 บ้านปากล้อง           ผู้ใหญ่บ้าน           นายธนัท ริวรรณา

หมู่ที่ 10 บ้านริมกวง           ผู้ใหญ่บ้าน           นายสุรชัย    ปันธิแก้ว

หมู่ที่ 11 บ้านสันมหาพน      ผู้ใหญ่บ้าน           นายชุมพร   ปัญญาจิต


หมู่ที่ 1 บ้านสันต้นธง หมู่ที่ 2 บ้านสันต้นธง และ หมู่ที่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

บ้านสันต้นธงหมู่ที่ 1, 2 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นหมู่บ้านชุมชนชานเมือง

ด้านทิศใต้ตัวเมืองลำพูน ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 1 กิโลเมตร มีถนนสายหลัก ลำพูน-ป่าซาง-บ้านโฮ่ง-ลี้ ผ่าน มีวัด 1 แห่ง โรงเรียน 1 แห่ง ประชากรทั้งหมู่บ้านประมาณ 821 หลังคาเรือน นับถือศาสนาพุทธ มีระบบสาธารณูปโภคเพียงพอ ประชากรมีอาชีพการเกษตรเป็นหลัก

สถานภาพความเป็นมาของหมู่บ้าน ตามประวัติตำนานเมืองหริภุญชัยเมื่อพันกว่าปีบริเวณด้านทิศใต้เมืองมีการตั้งชุมชนนอกกำแพงเมืองตามแนวลำเหมืองจ่าแส้ ในสมัยนั้นคงใช้เป็นสัญจรและเพื่อการเกษตรสังเกตได้จากตามแนวลำเหมืองจ่าแส้จะมีโบราณสถานตั้งอยู่ลักษณะเป็นซากกู่หรือเจดีย์ที่ร้างพังลง ปัจจุบันนี้เป็นที่อยู่อาศัยไปหมดแล้ว เช่น กู่พ่อเจ้าเลาแก้ว อยู่ด้านตะวันออกของลำเหมือง ปัจจุบันเป็นร้านขายรถร้านแสงจันทร์ หลักฐานครั้งหลังสุดประมาณ 50 ปี เป็นเจดีย์ก่ออิฐเหลือแต่ฐานข้างด้านละประมาณ 3 เมตร มีพระเครื่อง พระสิบสองบรรจุอยู่ กู่พญาเวสสันตะระ อยู่ด้านทิศตะวันตกของลำเหมืองในเขตบ้านนางสา แสงยันต์ หลักฐานครั้งหลังสุดเป็นมูลดิน และซากอิฐโบราณ วิหารและเจดีย์และแนวกำแพง ประตูด้านทิศตะวันออกติดกับลำเหมือง ในสมัยท่านครูบาสมเด็จเชษฐวชิรปัญญามหาเถระ วัดสันต้นธง ได้นำเอาอัฐิจากกู่นี้ไปก่อเจดีย์ที่วัดสันต้นธง

วัดสันต้นธงอยู่ทิศตะวันออกของลำเหมือง แต่เดิมมีวิหาร 1 หลัง มีกำแพงล้อมทั้งสี่ด้าน ตามที่ผู้เฒ่าผู้แก่รุ่นหลัง ประมาณว่าก่อนที่ครูบาสมเด็จฯ จะปรับปรุงขยายวัดนั้นวิหารหลังนี้เป็นไม้มุง ปันเกล้า เป็นวิหารโถง มีซี่ลูกมะหวดล้อมรอบ ตอนหลังมีพระพุทธรูปประทับยืนปางห้ามสมุทรเป็นพระศิลปะเชียงแสนรุ่นที่ 3 หล่อด้วยทองเหลืองปิดทองเป็นพระประธาน ต่อมาได้เปลี่ยนวิหารก่ออิฐโบกปูนมุงกระเบื้องซีเมนต์และเปลี่ยนเป็นอุโบสถจนถึงปัจจุบัน

กู่ตลาดสันต้นธงอยู่ด้านทิศตะวันออกของลำเหมืองเป็นกู่ขนาดใหญ่อิฐก้อนโต พังทลายมานานแล้ว ครูบาสมเด็จฯ ได้นำเอาอิฐกู่นี้มาก่อเจดีย์วัดสันต้นธง ต่อมาได้ปรับที่เป็นตลาดเช้าในหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน กู่ย่าฮายอยู่ด้านทิศตะวันออกและโบสถสะแกงอยู่ทิศตะวันตกน้ำเหมืองอยู่ในเขตบ้านบ่อแฮ้ว เมื่อสมัยครูบาสมเด็จฯ เป็นเจ้าอาวาสอยู่วัดสันต้นธง บ้านบ่อแฮ้วยังไม่มีวัดเป็นศรัทธาวัดสันต้นธงทั้งหมด

ตามสภาพภูมิประเทศ สมัยก่อนไม่มีถนนที่ยกขึ้นเป็นคันสูงหรือพนังกั้นน้ำในฤดูน้ำหลาก น้ำก็จะท่วมขังในที่ลุ่มตลอดฤดู ผู้คนที่อพยพเข้ามาอยู่ในแต่ละพื้นที่ก็จะพยายามหาที่อยู่ที่น้ำไม่ท่วมขังคือเป็นที่ดอนหรือสัน เป็นที่อยู่อาศัยและเรียกชื่อนั้น ๆ ตามสภาพ เช่น บริเวณนั้นมีต้นไม้ใหญ่เป็นหลัก ก็จะเรียกชื่อต้นไม้นั้น ต่อจากสภาพภูมิประเทศนั้น เช่น บริเวณนั้นมีต้นมะเกลือขึ้นอยู่มาก ก็เรียก สันมะเกลือ ต้นมะม่วงป่า ก็จะเรียก สันต้นม่วง เป็นต้น

สำหรับบ้านสันต้นธง บริเวณหน้าบ้านอาจารย์สุพจน์ ตาบุรี ตรงกลางถนนนั้นมีต้นไม้ทงขนาดใหญ่ขึ้นอยู่และสังเกตได้ในสมัยเมื่อ 50 ปีก่อนน้ำท่วมทุกปี บริเวณนี้น้ำจะไม่ท่วมเนื่องจากเป็นที่ดอน ผู้คนที่อพยพมาอยู่ที่บริเวณนี้จึงเรียกชื่อว่า บ้านสันต้นธง เพราะมีต้นไม้ทงขึ้นอยู่นั้นเอง พื้นเพเดิมของคนในหมู่บ้าน เมื่อประมาณ 200 กว่าปี ตอนต้นกรุงรัตนโกสินธ์บ้านเมือง หัวเมืองทางเหนืออยู่ในความปกครองของพม่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้หลบหนี และถูกจับเป็นเชลยไป เมื่อมีการกู้อิสรภาพและขึ้นกับกรุงเทพฯ แล้วรวบรวมกันได้มีการเข้ามาตั้งบ้านเมืองใหม่ เมืองลำพูนมีผู้คนไม่เพียงพอ พระเจ้ากาวิละแ ละพี่น้องได้ร่วมกันไปอพยพเอาผู้คนมาจากสิบสองปันนา เชียงแสน เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองยอง เชียงตุง ลงมาอยู่ในเมืองลำพูน เป็นชาวไทยเขิน, ลื้อ, ยอง อยู่เป็นกลุ่มทั่วเมือง บ้านสันต้นธงตอนแรกมีประมาณ 10 ครัวเรือนแยกย้ายกัน อยู่ทางเหนือวัดเป็นไทยจีนจากเชียงตุง ทางใต้วัดเป็นไทยลื้อ (ยอง) ปัจจุบันผสมผสานกันไปเป็นคนไทย


หมู่ที่ 1 บ้านสันต้นธง


ทิศเหนือจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูน,เทศบาลตำบลเหมืองง่า

ทิศใต้จรด หมู่ที่ 2 ต.ต้นธง

ทิศตะวันออกจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูนทิศ

ตะวันตกจรดเขตเทศบาลตำบลริมปิงระยะทาง

ห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 1.5 กม.

มีผู้นำหมู่บ้านมี 5 คน ดังนี้

1. นายแก้ว     ศรีวิชัย

2. นายสวัสดิ์    สุภาธง

3. นายจรัญ     กัญญาธง

4. นายธวัช      เขียวธง

5. นายพิสันต์ สุวรรณ์ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 2 บ้านสันต้นธง

ทิศเหนือจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูน

ทิศใต้จรด หมู่ที่ 2 ต.ต้นธง

ทิศตะวันออกจรด แม่น้ำกวง

ทิศตะวันตกจรด หมู่ที่ 1 ต.ต้นธง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 2.00 กม.

มีผู้นำหมู่บ้าน 8 คน ดังนี้

1. พ่อน้อยคำ        อุ่นธง

2. นายวัฒนา        มาใจสุข

3. นายทา            กมลธง

4. นายปัน           อินต๊ะธง

5. นายอุดม          ฤทัยธง

6. นายทองรัตน์     มูลธง

7. นายไพบูลย์       เชษฐธง

8. นายธีระพงษ์      ก้อนธง ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

ทิศเหนือจรด หมู่ที่ 2 ต.ต้นธง ทิศใต้จรด หมู่ที่ 4 ต.ต้นธง

ทิศตะวันออกจรด บ้านวังไฮ ต.เวียงยอง

ทิศตะวันตกจรด หมู่ที่ 7 ต.ต้นธง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์  ระยะห่าง 3.00 กม.

เมื่อร้อยกว่าปีล่วงมาแล้ว ถนนสายลำพูน - ป่าซาง ยังมีลักษณะเป็นพนังกั้นน้ำอยู่ ที่ไร่ที่นาทางด้านใต้ของบ้านสันต้นธง ยังมีแต่กระต๊อบที่ชาวไร่ชาวนาปลูกไว้พักขณะมาทำการเพาะปลูกตามฤดูกาลเท่านั้น ต่อมาชาวบ้านสันต้นธงได้ขยับขยายมาตั้งบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อถึงฤดูฝนพื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องอพยพผู้คนและสัตว์เลี้ยงไปอาศัยอยู่บนที่ดอน ซึ่งเป็นป่าไม้สีเสียด เป็นการชั่วคราวจนกว่า น้ำจะลด และบนที่ดอนแห่งนี้มีบ่อน้ำโบราณอยู่บ่อหนึ่งมีความลึกมาก ชาวบ้านต้องช่วยกันนำไม้ซุงมาทำเสาแฮ้ว (เครื่องทุ่นแรงในการตักน้ำจากบ่อลึก) เพื่อผูกน้ำทุ่ง (กระชุ) ตักน้ำจากก้นบ่อขึ้นมาใช้ดื่มกิน ต่อมาจึงเรียกชื่อหมู่บ้านตามลักษณะนี้ว่า บ้านบ่อแฮ้ว จากนั้นพ่อหนานหล้า โกมลธง ก็ได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันแผ้วถางป่าไม้สีเสียดรอบ ๆ บ่อน้ำ และสร้างเป็นวัดขึ้นชื่อว่า วัดบ่อแฮ้ว หรือ วัดกมลธัชชยาราม ในปัจจุบันโดยบ้านบ่อแฮ้วมีผู้นำหมู่บ้าน มี 7 คน ดังนี้

1. พ่อคำ สุระธง

2. นายอิ่นคำ ไชยเลิศ

3. นายเจริญ นันตา

4. นายอำนวย สุระธง

5. นายเสงี่ยม ยะแก้ว

6. นายสุรสิทธิ์ ทองจินดา

7. ว่าที่ร้อยตรี จิรวัฒน์ เพ็ญธง ผู้ใหญ่บ้านปัจจุบัน


หมู่ที่ 4 บ้านศรีย้อย

ทิศเหนือจรดหมู่ที่ 3 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศใต้จรด หมู่ที่ 5 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศตะวันออกจรดแม่น้ำกวง

ทิศตะวันตกจรด ลำเหมืองไม้แดง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 6.00 กม.

บ้านศรีย้อยตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 ตำบลต้นธง ประวัติความเป็นมาวิถีชีวิตของชุมชนบ้านศรีย้อย มีความยั่งยืนมาตั้งแต่โบราณกาล บ้านศรีย้อยเป็นหมู่บ้านหนึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำกวงตอนปลาย ซึ่งเป็นแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดีมีศิลปะประเพณีและวัฒนธรรมเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น เช่น พิธีลอยโขมดในงานประเพณียี่เป็ง จากตำนานเมืองลำพูนเล่าว่าชาวเมืองหริภุญชัยได้อพยพหนีอหิวาตกโรคไปอยู่เมืองหงสาวดีซึ่งมีเชื้อสายมอญเป็นเวลาหลายปี เมื่อโรคร้ายสงบลงแล้ว ชาวเมืองบางคนได้ย้ายกลับบ้านของตน เมื่อถึงเดือนยี่เป็ง ชาวเมืองลำพูนคิดถึงญาติที่เมืองหงสาวดี ก็จะเอาวัสดุข้าวของล่องลอยไปถึงญาติที่เมือง หงสาวดี จึงเป็นเรื่องราวของการลอยโขมดหรือลอยกระทง ซึ่งถือได้ว่าเป็นประเพณีและวัฒนธรรมที่ปฏิบัติกันมาอย่างยาวนาน

โดยสภาพทั่วไปของบ้านศรีย้อยซึ่งตั้งอยู่ตอนปลายของแม่น้ำกวง ที่ผู้คนอาศัยดำรงชีวิตแบบดั้งเดิมในสมัยเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา ทำสวน ที่มีแหล่งอาหารเป็นผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมืองเป็นหลัก

คำว่าศรีย้อย เป็นคำที่เรียกขานกันในยุคปัจจุบันมาจากคำท้องถิ่นของหมู่บ้านที่เรียกขานชื่อของต้นไม้ใหญ่ที่เป็นมงคล คือ ต้นสะหลี หรือต้นศรี หรือต้นโพธิ์ จะมีปลายใบห้อยหรือย้อยลงพื้นดิน ตามคำโบราณเล่าขานกันว่าทุก ๆ วันพระ ต้นสหลีหรือต้นโพธิ์ต้นนี้ลักษณะใบจะชี้ขึ้นข้างบนเป็นที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง จากต้นสะหลีที่มีใบย้อย ชาวบ้านจึงเรียกชุมชนหรือหมู่บ้านนี้ว่า บ้านศรีย้อย ปัจจุบันยังมีหลักฐานที่พบคือต้นสะหลีหรือต้นศรี หรือต้นโพธิ์ขนาดใหญ่อยู่ติดกับถนนสายลำพูน - ป่าซาง

บ้านศรีย้อยมีพื้นที่ติดกับอำเภอเมืองลำพูน หากดูผิวเผินดูเหมือนว่าชุมชนแห่งนี้มิได้มีสิ่งใดที่โดดเด่นหรือพิเศษไปจากชุมชนอื่น ๆ แต่สำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรมแล้ว อาจพอจะทราบว่าชุมชนริมฝั่งแม่น้ำกวงแห่งนี้ เป็นแหล่งโบราณคดีที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมในการตั่งถิ่นฐานของมนุษย์อย่างต่อเนื่องยาวนาน ร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีตที่หลงเหลือให้เห็นเป็นหลักฐานชัดเจน คือ เจดีย์ หรือชาวบ้านเรียกว่า กู่ จากการสำรวจของชาวบ้านที่ผ่านมาพบว่าในเขตตำบลต้นธงมีถึง 18 กู่ด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้างเสื่อมโทรมเหลือแต่ซากปรักหักพัง มีเพียงบางกู่ที่ได้รับการบูรณะและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เช่น กู่ระมัก (วัดรมณียาราม) บ้านศรีย้อย หมู่ที่ 4 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยืนยันว่าสร้างโดยพระนางเจ้าจามเทวีที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ต่อมาได้ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนครูบาศรีวิชัยได้มาบูรณะขึ้นใหม่สร้างเจดีย์ใหม่ครอบเจดีย์องค์เดิม ชาวบ้านเรียกว่า วัดกู่ระมัก หรือวัดรมณียารามในปัจจุบัน

จากความเป็นมาหรือสภาพในอดีตตามที่ได้รับการเล่าขานสืบกันมา บ้านศรีย้อยนี้สันนิษฐานว่า บริเวณพื้นที่นี้น่าจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของชุมชนเกษตรกรรม ในสมัยหริภุญชัยหรือก่อนหน้านั้นมาแล้ว จากอาชีพการทำนา ทำสวน เป็นอู่ข้าวของตำบลต้นธง ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนเปลี่ยนไป เกิดเป็นชุมชนขยายตามความเจริญของโลกยุคใหม่ทำให้จำนวนประชากรในชุมชนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว พื้นที่ทำการเกษตรลดลงกลายเป็นสภาพหมู่บ้านจัดสรรทำให้ชุมชนเดิมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันบ้านศรีย้อย มีผู้นำหมู่บ้านทั้งหมด 11 คน ดังนี้

1. นายนิกร     อุดก๋าธง

2. นางทัศนีย์    เจริญธง

3. นายวิโรจน์   กันทะวงค์

4. นายนรินทร์  ปัญจบุรี

5. นายสงวน    เชษฐธง

6. นายเสถียร   คำกวง

7. นายอุทิศ     อินกัน

8. นายชำนาญ  ใหม่ตั้ง

9. นายจำเนียร ก๋ากาศ

10. นายอุทิศ อินกัน

11. นายนิคม ณ ลำพูน (ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน)


หมู่ที่ 5 บ้านพันตาเกิน

ทิศเหนือจรด ลำเหมืองไม้แดง หมู่ที่ 7 ต.ต้นธง อ.เมือง

ทิศใต้จรด แม่น้ำกวง

ทิศตะวันออกจรด หมู่ที่ 4 ต.ต้นธง อ.เมือง

ทิศตะวันตกจรด หมู่ที่ 9 ต.ต้นธง อ.เมือง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 7.00 กม.

เดิมบ้านพันตาเกิน ชื่อบ้านร้องขี้ไก่ มี 5 หมวด หมวดที่ 1 บ้านกอเดื่อ หมวดที่ 2 บ้านริมวัด หมวดที่ 3 บ้านกิโล 7 หมวดที่ 4 บ้านโรงวัว หมวดที่ 5 บ้านไร่ ทั้ง 5 หมวด รวมกันเป็นบ้านร้องขี้ไก่ ต่อมาในวัดปรากฏมีบ่อน้ำลึกมาก ชาวบ้านช่วยกันสร้างบันไดลงไปถึงพันขั้น ชาวบ้านพูดภาษาคำเมืองกันว่า พันต๋าเกิน จึงเป็นที่เรียกกันมาว่า บ้านพันตาเกิน โดยบ้านพันตาเกินมีผู้นำหมู่บ้าน 11 คน ได้แก่

1. นายตุ้ย       แสนกันทะวงค์   2. นายตื้อ       บุญเจริญ

3. นายทา       นันติ              4. นายอ้าย     ริยาธง

5. นายแสงคำ   อินทร์บุรี         6. นายดี        คุณเศรษฐ์

7. นายทวีศักดิ์  พุทธปวน         8. นายคำ       เทพธง

9. นายบุญเลิศ   มหาบุญเป็ง       10. นายสัมพันธ์ อะพิเนตร

11. นายยุทธนา มาเรือนธง ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 6 บ้านสันมะนะ

ทิศเหนือจรด หมู่ที่ 9 ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศใต้จรดหมู่ที่ 9 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศตะวันออกจรด หมู่ที่ 8 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศตะวันตกจรด แม่น้ำปิง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 12.00 กม.

บ้านสันมะนะในอดีตประมาณ 80 - 100 ปี ที่ผ่านมาตามผู้สูงอายุได้เล่าขานมาว่า เป็นที่ลุ่มๆ ดอน ๆ มีกอไม้ไผ่เตี้ย ๆ และมีต้นไม้ขึ้นอยู่เป็นหย่อม ๆ และมีที่ดอนสูงอยู่แห่งหนึ่งซึ่งมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ต้นไม้ต้นนี้ผู้สูงอายุเล่าว่าเป็นต้นมะนะ หรือต้นสมอ ตามภาษาภาคกลางดังนั้นคนในสมัยนั้น จึงเอาที่ดอนต้นไม้

จึงได้ชื่อหมู่บ้านเกิดขึ้น ชื่อว่า สันมะนะ บ้านสันมะนะซึ่งตอนแรก ๆ ก็มีผู้คนจากทางประตูป่า ทางในเมืองอพยพมาอยู่กันเรื่อย ๆ โดยบ้านสันมะนะมีผู้นำหมู่บ้าน 6 คน ดังนี้

1. นายกรุง ลังกาพินธุ์

2. นายแสง เทพมาลัย

3. นายสุทัศน์ มัฎฐานธง

4. นายเศรษฐ์ ตาปิง

5. นายมานิต    ปวงญานะ

6. นายมนตรี ดีวนา  ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 7 บ้านจักรคำภิมุข

ทิศเหนือจรด หมู่ที่ 1,11 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศใต้จรดหมู่ที่ 5 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศตะวันออกจรด หมู่ที่ 2,3,4,5 ต.ต้นธง อ.เมือง จ.ลำพูน

ทิศตะวันตกจรด ต.ริมปิง อ.เมือง จ.ลำพูน

ระยะห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 8 กม.

บ้านจักรคำภิมุข เดิมชื่อบ้านกู่สิงห์ตอง โดยมีปรากฏกู่สิงห์ตองที่บูรณะเป็นเจดีย์ในวัดจักรคำภิมุข โดยนำอิฐจากกู่หมูมาสร้าง (ในราว พ.ศ.2495 ) แต่ชาวบ้านเรียกตามภูมิศาสตร์ที่มีทุ่งนากว้างใหญ่ว่า บ้านทุ่งยาวพ.ศ. 2469 พ่ออุ้ยเสาร์เป็นคนของเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์จากในเมืองลำพูน ได้เข้ามาอยู่เลี้ยงม้าให้เจ้าหลวงและทำนาของเจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ (คาดว่าต้องนำครอบครัวและญาติพี่น้องมาอยู่ด้วย เหตุผลก็คือมาร่วมกันทำนา) พ.ศ.2470 เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ออกไปเยี่ยมที่นาของตน เห็นมีคนอยู่อาศัยเป็นปรึกแผ่นประมาณ 10 หลังคาเรือน เจ้าหลวงขจรศักดิ์ได้ให้เจ้าน้อยแสน ธนัญชยานนท์ มาดูแลแบ่งปันข้าวจากชาวนาโดยปรากฏได้ว่าสร้างคุ้มเจ้าน้อยแสนอยู่ติดกับห้างนาเจ้าหลวง ต่อมาได้ให้พ่อหนานปัน ชัยศรี ดูแลการแบ่งปันแล้วให้พ่อหลวงนิคม ชัยศรี (เกษม) ผู้เป็นลูกดูแล ต่อมาให้พ่อหลวงเมือง วงศ์ไชยธง ดูแลจนกระทั่งเจ้าลำเจียก ธิดาเจ้าจักรคำขจรศักดิ์ ได้ขายที่ดินหรือที่ทำนาทั้งหมด (หมู่ 7) ให้กับชุมชนสหกรณ์ในปี พ.ศ. 2526 จึงหมดหน้าที่ โดยผู้ดูแลผลประโยชน์ของเจ้าหลวงจะได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 10 ของจำนวนข้าวเปลือกที่ได้รับการแบ่งจากชาวนา

ในปี พ.ศ. 2474 เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ได้สร้างวัดจากหลักฐานเดิมที่เป็นวัดร้างมาก่อน โดยสร้างศาลาวัด วิหาร กุฏิ บ่อน้ำ การก่อสร้างวิหารได้สร้างพระพุทธรูปพระประธาน ในขณะเดียวกันเจ้าหลวง จักรคำขจรศักดิ์ได้สร้างคุ้มห้างนา โดยนำเรือนหลังเก่ามาสร้างจำนวน 2 หลัง โดยเจ้าหลวงได้นำสล่ามาจาก ในเวียงมาสร้างขึ้น (ต่อมาเจ้าหลวงได้ยกให้เป็นบ้านของพ่อหลวงเมือง วงศ์ชัยธง) เพื่อมาพักอาศัยขณะมาตรวจตราการทำนา และสร้างยุ้งฉางข้าวใหญ่ ในหมู่บ้าน (ปัจจุบันถูกพายุพัดล่มไปแล้ว) สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2477 แล้วจัดงานฉลอง โดยเจ้าหลวงได้มาพักที่เรือนห้างนานำเอาช่างฟ้อนมาฟ้อนที่บนเรือนแล้วตั้งชื่อว่า วัดจักรคำ ภิมุข จึงเป็นชื่อหมู่บ้านอย่างเป็นทางการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีผู้นำหมู่บ้าน 10 คน ดังนี้

1. พ่อน้อยแก้ว  ศรีวิชัย

2. นายโอ๊ด      สัพสัมภาร์

3. นายเกษม    วงศ์ไชยธง

4. นายเมือง     วงค์ไชยธง

5. นายชุมพล   พิงค์แก้ว

6. นายเสน่ห์    ไชยปัญญา

7. นายสว่าง    ไชยปัญญา

8. นายพิรัตน์ กันทะธง

9. นายเอนก    ธนัญชยานนท์

10นางพิชญา  ศรีบุญเรือง


หมู่ที่ 8 บ้านใหม่สันมะนะ

ทิศเหนือจรด บ้านจักรคำภิมุข หมู่ที่ 7 ต.ต้นธง

ทิศใต้จรด บ้านปากล้อง หมู่ที่ 9 ต.ต้นธง

ทิศตะวันออกจรด บ้านพันตาเกิน หมู่ที่ 5 และบ้านจักรคำภิมุข หมู่ที่ 7

ทิศตะวันตกจรด บ้านสันมะนะ หมู่ที่ 6

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 13 กม.

บ้านใหม่สันมะนะแต่เดิม คือ หมู่บ้านสันมะนะ หมู่ที่ 6 ซึ่งหมู่ที่ 6 แต่ก่อนมีเนื้อที่มาก และประชากรได้ขยายเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาด้านการดูแลและการพัฒนาไม่ทั่วถึง จึงได้แยกหมู่บ้านออกไปโดยใช้ชื่อว่า บ้านใหม่สันมะนะ ซึ่งเป็นชื่อเดิมของหมู่บ้านและเป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งหมู่ที่ 6 และหมู่ที่ 8 มีพื้นที่ติดกัน หมู่ที่ 8 ได้แยกออกมาจากหมู่ที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยมีนายบุญธรรม อินทร์วรรณ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านใหม่สันมะนะ เริ่มพัฒนาหมู่บ้านร่วมกับ คณะกรรมการหมู่บ้าน จนถึงปี พ.ศ. 2545 สภาพหมู่บ้านเริ่มแรกมีถนนทางเดินเท้า จากหมู่บ้านไปสู่ถนนใหญ่ สายลำพูน- ป่าซาง เพื่อไปตลาด ติดต่อราชการ จากหมู่บ้านถึงถนนใหญ่ประมาณ 3 กิโลเมตร เดินเท้าอย่างเดียว ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ทำสวนกระเทียม ทำนาปรัง ปลูกผักหูด ตามหัวไร่ ปลายนา ถั่วฝักยาว ในการปลูกกระเทียม ทำนาจะมีการช่วยกันทำ (การเอามื้อเอาวัน) ที่เหลือจากการบริโภค นำไปขายตลาดโดยการหาบ เดินเท้าไปขายเหลือก็นำไปแลกเปลี่ยนกัน สภาพหมู่บ้านและบ้านเรือนสร้างด้วยไม้ไผ่มุงด้วยหญ้าคา หรือ แฝก ตองตึง ฝาไม้ไผ่ ปูพื้นไม้ฟากไม้ไผ่ ถ้ามีฐานะดีจะปลูกบ้านด้วยไม้สัก มุงกระเบื้องดินขอ ลักษณะภายในบ้านมีหิ้งพระ (หิ้งหัวนอน) เอาไว้บูชาพระของใช้ที่เคารพ (รูป พ่อแม่) ตอนเช้าเมื่อนึ่ง ข้าวเสร็จจะต้องนำข้าว 3 ก้อน ไปไหว้บูชา ที่หิ้ง ลักษณะ ครัวไฟ ทำไม้กรอบรูปสี่เลี่ยม แล้วนำน้ำผสมดินเหนียวใส่ในรูปสี่เหลี่ยม ฝังดินกี่ 3 ก้อน ลงในรูปสี่เหลี่ยม (ก้อนเส้า) เพื่อหุงหาอาหาร ได้นำเอาฟืนมาเป็นเชื้อเพลิง บ้านแต่ละหลังไม่มีห้องน้ำ (ถ่ายในป่า) ถ้าบ้านไหนมีห้องน้ำ เรียกว่า วิค ลักษณะขุดหลุมเอาไม้พาด เวลาถ่ายเหยียบไม้ที่พาด ทำความสะอาดโดยใช้ กิ่งไม้เช็ด สมัยก่อนไม่มีรองเท้าใส่ รองเท้าที่ใส่จะทำจากไม้ปอร์ หรือไม้งิ้ว ทำลักษณะแบบรองเท้าฟองน้ำสมัยปัจจุบัน เจาะรู ฟั่นสายรองเท้าทำเป็นสายคีบ (กี๋บ) โดยบ้านใหม่สันมะนะมีผู้นำหมู่บ้าน 2 คน ดังนี้

1. นายบุญธรรม อินทร์วรรณ

2. นางนิตยา สุนันต๊ะ ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 9 บ้านปากล้อง

ทิศเหนือจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูนทิศ

ใต้จรด อำเภอป่าซาง

ทิศตะวันออกจรด แม่น้ำกวง

ทิศตะวันตกจรด หมู่ที่ 6 ต.ต้นธง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 9 กิโลเมตร โดยประมาณ

สมัยก่อนก่อนได้ไปอยู่กับหมู่ที่ 1 ปากบ่อง ตำบลป่าซาง ต่อมาได้แยกมาอยู่หมู่ 9 มีผู้ใหญ่บ้านที่ได้รับเลือกจากประชาชนในหมู่บ้าน และได้สร้างผลงานคือ ได้สร้างอาราม 1 หลัง มีเนื้อที่ทำสวนทำนา ปลูกข้าวโพด มีบ่อปลา มีการเกษตร มีเลี้ยงสุกร มีโรงเรียน มีศูนย์ฝึกสตรี มีฝายกั้นน้ำ มีการค้าขายใน เกษตรกรมีสวนลำไย โดยปัจจุบันบ้านปากล้องมีผู้นำหมู่บ้าน 3 คน

1.นายสำรอง ติใหม่

2.นายสมพร      ติใหม่

3.นายสมนึก      ธิปัญจะ กำนันคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 10 บ้านริมกวง

ทิศเหนือจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูน

ทิศใต้จรด หมู่ที่ 2 ต.ต้นธง

ทิศตะวันออกจรด แม่น้ำกวง

ทิศตะวันตกจรด หมู่ที่ 1 ต.ต้นธง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 500 เมตร

เริ่มแรกเดิมทีในแผ่นดินผืนนี้ว่างเปล่า ไม่มีผู้คนมาอาศัยเพราะเป็นป่าหนาทึบและมีผู้ปกครอง ในเขตนี้องค์เดียว จึงเรียกว่าทุ่งกู่ล้าน ต่อมามีราษฎรมาแผ้วถาง และสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยประกอบอาชีพทำนา ทำสวน ทั้งนี้ทั้งนั้นโดยได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองทุ่งกู่ล้าน มีผู้คนจำพวกชาวมอญ ชาวเขิน ชาวเม็ง ชาวลาวมาอาศัยอยู่ ต่อมาพืชพันธุ์ธัญญาหารก็อุดมสมบูรณ์ เจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์พร้อมภรรยา คือเจ้าขานแก้ว เจ้ารถแก้ว เจ้าแขกแก้ว เจ้าหญิงส่วนบุญ ก็อยากได้ที่นี่คืนแต่ชาวบ้านไม่ยอมคืนให้เจ้าจักรคำจึงสั่งให้คนเอาช้างม้าวัวควายมาเหยียบ ทำให้สิ่งปลูกสร้างไร่นาได้รับความเสียหาย ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนอพยพหนีไปส่วนที่เหลืออยู่ก็ได้เป็นคนเลี้ยงช้างเลี้ยงม้าแล้วจากนั้นเปลี่ยนชื่อมาเป็นบ้านริมกวง เนื่องจากว่าบ้านนี้อยู่ติด ลำน้ำกวงตราบมาจนถึงทุกวันนี้ โดยบ้านริมกวงมีมีผู้นำหมู่บ้านทั้งหมด 6 คน ดังนี้

1. นายแสง ไชยแค
2. นายอินสม ปันธิแก้ว

3. นายชินโชติ สีคำมา
4. นายรัชพล พวงมาลัย

5. นายศิรสิทธิ์ ปันจันทะ        
6. นายสุรชัย ปันธิแก้ว ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน


หมู่ที่ 11 บ้านสันมหาพน

ทิศเหนือจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูน,เทศบาลตำบลเหมืองง่า

ทิศใต้จรด หมู่ที่ 1 ต.ต้นธง

ทิศตะวันออกจรด เขตเทศบาลเมืองลำพูน

ทิศตะวันตกจรด เขตเทศบาลตำบลริมปิง

ระยะทางห่างจากอำเภอโดยรถยนต์ ระยะห่าง 2.5 กม.

บ้านสันมหาพนแต่เดิมคือหมู่บ้านสันต้นธงหมู่ที่ 1 ซึ่งหมู่ 1 แต่ก่อนมีเนื้อที่มากและประชากร

เริ่มขยายเพิ่มมากขึ้นซึ่งมีปัญหาทางด้านการดูแลและการพัฒนาไม่ทั่วถึง ดังนั้นประชากรที่อยู่ทางบ้านสันมหาพน ปัจจุบันจึงได้ยื่นข้อเสนอที่ต้องการแยกหมู่บ้านขึ้นใหม่และได้รับ การอนุมัติจากทางการเมื่อปี พ.ศ. 2540 โดยได้แยกหมู่บ้านเป็นหมู่ที่ 11 และใช้ชื่อบ้านเดิม คือบ้านสันมหาพน หมู่ที่ 11 ตำบลต้นธง และมีอาณาเขตติดต่อกัน ด้านทิศเหนือติดกับบ้านหมู่ที่ 6 เทศบาลตำบลเหมืองง่า และเขตเทศบาลเมืองลำพูน ด้านทิศใต้ติดต่อกับบ้านสันต้นธง หมู่ที่ 1 ด้านทิศตะวันออกติดกับเขตเทศบาลเมืองลำพูน ด้านทิศตะวันตกติดต่อกับหมู่ที่ 10 เทศบาลตำบลริมปิงโดยมีผู้นำหมู่บ้าน 2 คน คือ

1. นายโอวาท    ยาอินทร์

2.นายชุมพร    ปัญญาจิตร ผู้ใหญ่บ้านคนปัจจุบัน

1.3 ลักษณะของดิน

ตำบลต้นธงมีพื้นที่ราบเรียบหรือค่อนข้างราบเรียบ มีความลาดเอียงส่วนใหญ่อยู่ในระหว่าง 0-2 องศา ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำปิง และบริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำกวง และมีดินตะกอนทับถมตกจมอยู่ริมฝั่งน้ำ ทำให้มีลักษณะเป็นคันดินธรรมชาติแคบ ๆ ขนานไปกับลำน้ำมีพื้นที่สูงกว่าที่ราบต่ำห่างฝั่งออกไปเล็กน้อย ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งบ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรที่อาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำปิง และลำน้ำกวง

1.4 ลักษณะของแหล่งน้ำ

แหล่งน้ำที่สำคัญของตำบลต้นธง คือ

1. แม่น้ำปิง ไหลผ่านหมู่บ้านตำบลต้นธง หมู่ที่ 6 และ 9 เป็นแม่น้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร อุปโภค-บริโภค ของราษฎรในหมู่บ้านที่มีแม่น้ำไหลผ่าน

2. แม่น้ำกวง ไหลผ่านหมู่บ้านตำบลต้นธง หมู่ที่ 2, 3, 4, 5, 9 และ 10 เป็นแม่น้ำที่ใช้ในการทำการเกษตร อุปโภค บริโภค ของราษฎรในหมู่บ้านที่มีแม่น้ำไหลผ่าน

แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร แหล่งน้ำเพื่อทำการเกษตรที่สำคัญสำหรับเกษตรกรในตำบลต้นธง คือ

1. ลำเหมืองฝายพญาอุต

2. ลำเหมืองไม้แดง

1.5 สภาพลม ฟ้า อากาศ

ตำบลต้นธงตั้งอยู่ในจังหวัดลำพูน อยู่ในเขตร้อนที่ค่อนไปทางเขตอากาศอบอุ่น ในฤดูหนาวจึงมีอากาศเย็นค่อนข้างหนาว แต่เนื่องจากอยู่ลึกไปในแผ่นดินห่างไกลจากทะเล จึงมีฤดูแล้งที่ยาวนานและอากาศจะร้อนถึงร้อนจัดในฤดูร้อน มีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันอย่างเด่นชัด 3 ช่วงฤดู

  • ฤดูหนาว              ช่วงกลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนกุมภาพันธ์

  • ฤดูร้อน                ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ – กลางเดือนพฤษภาคม

  • ฤดูฝน                 ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคม

  • อุณหภูมิต่ำสุด         โดยประมาณ 10.4 องศาเซลเซียส

  • อุณหภูมิสูงสุด         โดยประมาณ 40.9 องศาเซลเซียส

  • อุณหภูมิอากาศเฉลี่ยนตลาดทั้งปี        โดยประมาณ 28 องศาเซลเซียส

  • ความชื่นเฉลี่ยตลอดทั้งปี                 โดยประมาณ 69 %

  • ปริมาณน้ำฝนตลาดทั้งปี                 โดยประมาณ 1,076.10 มิลลิเมตร

2. สภาพการเมือง, เศรษฐกิจ และสังคมวิทยา

1. ด้านการเมือง

เทศบาลตำบลต้นธงได้แบ่งเขตการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลต้นธง แบ่งออกเป็น ๑ เขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลต้นธง แบ่งออกเป็น 2 เขตเลือกตั้ง เป็นไปตามกฎหมายการเลือกตั้งดังนี้

  • ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ท้องถิ่น ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2566
  • ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2566

เขตเลือกตั้งที่ ๑ จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลตำบลต้นธง พื้นที่ที่อยู่ในเขตเลือกตั้ง ได้แก่

  1. หมู่ที่ 1      บ้านสันต้นธง

  2. หมู่ที่ 7      บ้านจักรคำภิมุข

  3. หมู่ที่ 8      บ้านใหม่สันมะนะ

  4. หมู่ที่ 10     บ้านริมกวง

  5. หมู่ที่ 11     บ้านสันมหาพน

เขตเลือกตั้งที่ ๒ จำนวนสมาชิกสภาเทศบาลตำบลต้นธง พื้นที่ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งได้แก่

  1. หมู่ที่ 2      บ้านสันต้นธง

  2. หมู่ที่ 3      บ้านบ่อแฮ้ว

  3. หมู่ที่ 4      บ้านศรีย้อย

  4. หมู่ที่ 5      บ้านพันตาเกิน

  5. หมู่ที่ 6      บ้านสันมะนะ

  6. หมู่ที่ 9      บ้านปากล้อง

2. ประวัติการก่อตั้ง อปท./ทำเนียบผู้บริหาร (นายก จากอดีตถึงปัจจุบัน)

ลำดับที่

ชื่อ- สกุล

ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง

ตำแหน่ง

1

นายอำนวย สุระธง2539 – 2540ประธานกรรมการบริหาร

2

นายอำนวย สุระธง2540 – 2542ประธานกรรมการบริหาร

3

นายบัญญัติ ตะนาวศรี2542 – 2544นายก อบต.

4

นายบัญญัติ ตะนาวศรี9 ก.ย.2544 – 6 ก.ย.2548นายก อบต.

5

นายบัญญัติ ตะนาวศรี31 ก.ค.2548 – 30 ก.ค.2552นายก อบต.

6

นายสันติ กิตติวรรณ7 มี.ค.2553 – 31 มี.ค.2554นายกเทศมนตรี

7

นายปัญญา เขียวธง29 ก.พ.2554 – 5ก.พ.2559นายกเทศมนตรี

8

นายประกาศิต รังสรรค์2559 - 2564ปลัดเทศบาลตำบลต้นธงปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลต้นธง

9

ว่าที่ร้อยเอกปาลพล ตาปิง2564-ปัจจุบันนายกเทศมนตรี

เทศบาลตำบลต้นธง ได้รับการยกฐานะจากองค์การบริหารส่วนตำบลต้นธงเป็นเทศบาลตำบลต้นธง เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นเทศบาลขนาดกลาง

3. ด้านการเศรษฐกิจ

  • การประกอบอาชีพ

อาชีพหลัก คือ เกษตรกรรม คิดเป็นสัดส่วน 27.52 %

อาชีพรอง (อาชีพรอง) รับจ้างทั่วไป คิดเป็นสัดส่วน 5.52 %

อาชีพรอง (อาชีพรอง) เลี้ยงสัตว์ คิดเป็นสัดส่วน 3.80 %

รายได้เฉลี่ย/ต่อคน/เดือน 22,696.63 บาท/เดือน

รายจ่ายต่อคน/เดือน 107,658.17 บาท/เดือน

พืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ ข้าว ลำไย และพืชผัก

- การงานอาชีพ: อาชีพหลักและอาชีพรองของคนส่วนใหญ่ การสนับสนุนการประกอบอาชีพ

อาชีพหลัก : ลำดับที่ 1 เกษตรกรรม จำนวน 1,531 ครัวเรือน

ลำดับที่ 2 รับจ้างทั่วไป   จำนวน 1,531 ครัวเรือน

ลำดับที่ 3 รับราชการ จำนวน 560 ครัวเรือน

ลำดับที่ 4 ค้าขาย         จำนวน 516 ครัวเรือน

อาชีพรอง : ลำดับที่ 1 รับจ้างทั่วไป จำนวน 307 ครัวเรือน

ลำดับที่ 2 เลี้ยวสัตว์       จำนวน 213 ครัวเรือน

ลำดับที่ 3 หัตถกรรม จำนวน 67 ครัวเรือน

ลำดับที่ 4 เกษตรกรรม    จำนวน 63 ครัวเรือน

ลำดับที่ 5 นวดโบราณ    จำนวน 35 ครัวเรือน

ลำดับที่ 6 ค้าขาย         จำนวน 34 ครัวเรือน

ภาคเกษตรกรรม : พื้นที่สำหรับทำการเกษตรประมาณร้อยละ 67.86 ของพื้นที่ทั้งตำบล

หมู่บ้าน

ครัวเรือน/ครัวเรือน

พื้นที่เพาะปลูก/ไร่

พื้นที่เก็บเกี่ยว/กิโลกรัม

1

1

6.87

6.87

2

44

2,874.98

2,828.87

3

84

2,498.76

2,489.19

4

87

2,298.33

2,283.34

5

86

3,323.06

3,302.24

6

127

4,651.90

4,587.73

7

158

2,298.03

2,265.05

8

243

17,191.51

17,085.84

9

260

5,081.32

4,920.56

10

98

1,418.25

1,386.75

11

19

367.10

338.55

รวม

1,039

43,979.88

43,462.34

- สินค้าสำคัญ สินค้าที่สำคัญของตำบลต้นธง ได้แก่ ผ้าไหม ผ้าฝ้าย น้ำพริกตาแดง น้ำพริกลาบ ไข่เค็ม ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปผลไม้ การบูร ยาหม่องน้ำ หมวกใบลาน สินค้าเกษตรที่สำคัญ คือ

ลำไย เป็นไม้ยืนต้นที่ปลูกกันมากในตำบลต้นธง

ข้าว เป็นผลผลิตที่ใช้ในการบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้หลักของประชาชนในตำบล

มะม่วง เป็นไม้ยืนต้นที่ปลูกกันภายในตำบลมีทั้งไว้ขายและนำไปแปรรูป

ฝรั่ง เป็นไม้ผลที่ปลูกมากและเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่ได้รับความนิยมในการปลูกและจำหน่าย บางครั้งไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย

- การผลิตสินค้า/บริการของชุมชน

ชื่อผลิตภัณฑ์

ชื่อกลุ่ม/วิสาหกิจ/แหล่งผลิต

ผ้าฝ้าย ผ้าถักโคเชท์กลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้าย ม.1
ประดิษฐ์ของชำร่วย ดอกไม้ งานผ้า งานฝีมือต่าง ๆกลุ่มแม่บ้านพัฒนาชุมชนและแม่บ้านเกษตร ม.1
ผ้าทอยกดอกกลุ่มผ้าทอยกดอก ม.1
ยาสมุนไพร ( ยาดม ยาหม่องน้ำ )กลุ่มอาชีพสมุนไพร ม.2
กระเทียมดองกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร(กระเทียมดอง) ม.3
จักสานกลุ่มผลิตภัณฑ์งานจักสาน ม.3
ดินปลูกกลุ่มดินต้นธง ม.3
หมวกใบตาลกลุ่มจักสาน ม.5
น้ำพริกตาแดงกลุ่มทำน้ำพริกตาแดง ม.6
ผักแว่นกลุ่มเกษตรปลอดภัย ม.7
ปลาส้ม กับน้ำพริกหนุ่มกลุ่มอาชีพทำปลาส้ม กับน้ำพริกหนุ่ม ม.10
ออกแบบลายผ้าไหมนางสาวอำไพ ไชยราช ที่อยู่ 155/1 ม. 10 บ้านริมกวง
การทอผ้าไหมนางสุมาลี นัสมานิตย์ ที่อยู่ 164 ม. 10 บ้านริมกวง
เครื่องเงินนายธงชัย กองเงิน 229 หมู่ 11 บ้านสันมหาพน
นวดแผนโบราณนางอัญชลี ภู่ตระกูล 285/1 หมู่ 11 บ้านสันมหาพน

- การถือครองที่ดิน

พื้นที่ตำบลต้นธง มีทั้งประชาชนเป็นเจ้าของที่ดินเองโดยถือครองโฉนดและที่เช่า ซึ่งที่เช่าส่วน

ใหญ่เป็นของนายทุนและให้เกษตรกรเช่าทำนา

- รายได้ รายจ่าย เงินออมและหนี้สินของครัวเรือน

การออมเงิน ออมกับธนาคารทั่วไป และในหมู่บ้านคือ กลุ่มออมทรัพย์สัจจะ กองทุนฌาปนกิจ-สงเคราะห์ ธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน กลุ่มออมวันละบาท กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล กองทุนหมู่บ้าน อพป. กองทุน กขคจ

หนี้สิน กู้กับธนาคารทั่วไป และในหมู่บ้านคือ กลุ่มกองทุนฟื้นฟูฯ กองทุนหมู่บ้าน 1 ล้านบาท

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล ธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน

- ภาระหนี้สินส่วนใหญ่เกิดจากอะไร (การศึกษา การลงทุน ที่อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล การพนัน) ภาระหนี้สินส่วนใหญ่เกิดจาก การศึกษาของบุตร การลงทุนด้านอาชีพ การปรับปรุง/การสร้างที่

อยู่อาศัย การรักษาพยาบาล การพนัน


3. ด้านสังคมจิตวิทยา

ตำบลต้นธง เป็นพื้นที่กึ่งเมือง กึ่งชนบท จึงมีความแตกต่างกันในด้านสังคมและการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่ โดยสัดส่วนความเป็น สังคมเมืองร้อยละ 18.18 กึ่งเมืองกึ่งชนบทร้อยละ 36.37 ชนบทร้อยละ 45.45 ประชาชนในพื้นที่ เป็นคนไทย/คนเมือง ร้อยละ 100 ศาสนาหลักในพื้นที่ คือ พุทธ

- การท่องเที่ยว

ในตำบลต้นธง มีแหล่งท่องเที่ยว คือ วัดรมณียาราม (วัดกู่ระมัก),กู่(เจดีย์) บริวารและวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวนา ชาวชนบท รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงชีวจิต ในการจัดทำโครงการผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง และประเพณีพื้นบ้าน ในงานเทศกาลต่าง ๆ

- การสืบทอดวัฒนธรรม

ตำบลต้นธงมีขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณมีภาษาพูดเป็นของตนเอง เรียกว่า คำเมือง และ คำยอง มีการสืบทอดวัฒนธรรมจากผู้แก่ผู้เฒ่าจนมาถึงลูกหลาน ในปัจจุบันได้มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมา โดยมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญ ดังต่อไปนี้

1. ประเพณีตานข้าวใหม่ ซึ่งทำกันในช่วงเริ่มต้นวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งประเพณีนี้จะทำกันภายหลังการเก็บเกี่ยวข้าว ถือเป็นการบูชาพระแม่โพสพ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชาวนา

2. ประเพณีปี๋ใหม่เมือง จัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายน แต่ละหมู่บ้านจะจัดให้มีการรดน้ำดำหัว ผู้เฒ่าผู้แก่ สรงน้ำพระ และจัดให้มีการละเล่นต่าง ๆ นอกจากนี้แต่ละหมู่บ้านจะจัดให้มีประเพณี รดน้ำดำหัวเจ้าอาวาส หรือสรงน้ำรูปเหมือนของอดีตเจ้าอาวาสซึ่งในงานจะมีมหรสพต่าง ๆ โดยชาวบ้านของหมู่บ้านนั้น ๆ จะจัดเตรียมของนำไปถวาย การขนทรายเข้าวัด ก่อกองทรายและฟังเทศน์ฟังธรรม

3. ประเพณีแห่เทียนพรรษา จะจัดขึ้นในวันเข้าพรรษา ซึ่งทางเทศบาลตำบลต้นธงมอบเทียนพรรษาให้กับสมาชิกเทศบาลตำบลต้นธงแต่ละหมู่บ้าน เพื่อนำไปถวายวัดทุกวัดในเขตรับผิดชอบ เพื่อดำรงไว้ซึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่ช้านาน

4. ประเพณีลอยโขมด จัดขึ้นในเดือนยี่เป็ง โดยแต่ละหมู่บ้านจัดให้มีการประกวดเจดีย์ทราย หนูน้อยนพมาศ ประกวดโขมด ประกวดดอกไม้ไฟ ประกวดซุ้มประตูป่าหน้าบ้าน ที่แสดงถึงการอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง นอกจากนี้ยังมีการขนทรายเข้าวัดซึ่งทรายที่ขนนั้นนำมาจากแม่น้ำกวงและแม่น้ำปิง และฟังเทศน์ เพื่อเป็นการจรรโลงใจของประชาชนในแต่ละหมู่บ้านอีกด้วย

5. ประเพณีสรงน้ำพระธาตุกู่ระมัก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ บ้านศรีย้อย หมู่ที่ 4 ตำบล ต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ภายในงานจะมีการสรงน้ำพระธาตุกู่ระมัก และมีการทำบุญต่าง ๆ มากมายเพื่อช่วยกันทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป

6. ประเพณีสรงน้ำพระและกู่ต่าง ๆ ในตำบลต้นธง ซึ่งแต่ละหมู่บ้านจะจัดทำขึ้นทุกปี ช่วงเดือนพฤษภาคมเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและปลูกฝังจิตสำนึกคนในตำบลให้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนายิ่งขึ้น

- ความเชื่อดั้งเดิม

ประชาชนบางส่วนยังคงมีความเชื่อดั้งเดิม ดังนี้

1. การให้ความเคารพบรรพบุรุษ เรียกว่า “ผีปู่ย่า” มีการทำบุญในเทศกาลสำคัญ การขึ้นครู

มีผลต่อจิตใจลูกหลานให้เกิดความมั่นคง ความมั่นใจในการดำเนินชีวิต เป็นที่พึ่งทางใจ

2. การเลี้ยงผี ในกรณีที่คนในครอบครัวไม่สบาย จะมีการถามร่างทรง และร่างทรงจะบอกว่า

โดนผีทำร้าย ณ สถานที่นั้น ๆ จากนั้นคนในครอบครัวไม่สบายจะอาหารคาวหวานไปทำบุญ ณ สถานที่นั้น ๆ ส่งผลให้เกิดความสบายใจ

3. ไหว้เจ้าที่ เลี้ยงเจ้าทึ่ในบ้าน เพื่อให้เกิดศิริมงคลแก่คนในบ้าน และเพื่อบูชาอธิษฐานให้มี

ความเจริญรุ่งเรือง ส่งผลให้เกิดความสบายใจ ความมั่นใจในการดำเนินชีวิต เป็นที่พึ่งทางใจ

4. งานตานข้าวใหม่ เป็นการเตรียมข้าวที่ได้จากการปลูกมาถวายพระ ทำบุญตักบาตร

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ประชาชนในหมู่บ้าน

5. ตานก๋วยสลาก เป็นการเตรียมอาหารคาวหวานมาทำบุญ เพื่อเป็นการทำบุญให้กับผู้ล่วงลับไปแล้วและทำบุญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัว

- วัดและพิธีกรรม : ความสำคัญ ชื่อเสียง ความโดดเด่น

ราษฎรส่วนใหญ่ของตำบลต้นธง นับถือศาสนาพุทธ มีวัดทั้งหมด 10 แห่ง ได้แก่

1. วัดสันต้นธง ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2 วัดสันต้นธงมีประชาชนมาทำบุญ 2 หมู่บ้านคือ หมู่ที่ 1 และ 2 ตามหลักฐานที่จารึกติดกับกระดิ่ง (เด็ง) ที่แขวนบนเจดีย์วัดสันต้นธงนั้นในสมัยครูบาสมเด็จฯ คงเรียกว่าวัดต้นธงไม่มีสัน

ประเพณีประจำปี

  1. ประเพณีสรงน้ำกู่ครูบาสมเด็จ เป็นการน้ำอบผสมส้มป่อย สำหรับนำไปสักการะกู่ครูบา เพื่อระลึกถึงพระคุณของครูบาสมเด็จที่มีต่อบ้านสันต้นธง
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

2. วัดกมลธัชยาราม (วัดบ่อแฮ้ว)  ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3

เมื่อร้อยกว่าปีล่วงมาแล้ว ถนนสายลำพูน - ป่าซาง ยังมีลักษณะเป็นพนังกั้นน้ำอยู่ ที่ไร่ที่นาทางด้านใต้ ของบ้านสันต้นธงยังมีแต่กระต๊อบที่ชาวไร่ชาวนาปลูกไว้พักขณะมาทำการเพาะปลูกตามฤดูกาลเท่านั้น ต่อมาชาวบ้านสันต้นธงได้ขยับขยายมาตั้งบ้านเรือนเพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อถึงฤดูฝนพื้นที่ส่วนใหญ่จะถูกน้ำท่วมสูง ชาวบ้านต้องอพยพผู้คนและสัตว์เลี้ยงไปอาศัยอยู่บนที่ดอน ซึ่งเป็นป่าไม้สีเสียด เป็นการชั่วคราวจนกว่า น้ำจะลด และบนที่ดอนแห่งนี้มีบ่อน้ำโบราณอยู่บ่อหนึ่งมีความลึกมาก ชาวบ้านต้องช่วยกันนำไม้ซุงมาทำเสาแฮ้ว (เครื่องทุ่นแรงในการตักน้ำจากบ่อลึก) เพื่อผูกน้ำทุ่ง (กระชุ) ตักน้ำจากก้นบ่อขึ้นมาใช้ดื่มกิน ต่อมาจึงเรียกชื่อหมู่บ้านตามลักษณะนี้ว่า บ้านบ่อแฮ้ว จากนั้นพ่อหนานหล้า โกมลธง ก็ได้ชักชวนชาวบ้านช่วยกันแผ้วถางป่าไม้สีเสียดรอบ ๆ บ่อน้ำ และสร้างเป็นวัดขึ้นชื่อว่า วัดบ่อแฮ้ว หรือ วัดกมลธัชชยาราม

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุวัดกมลธัชชยาราม (วัดบ่อแฮ้ว) หรืองานเสาร์เดือนเก้า เป็นการเตรียมน้ำขมิ้นส้มป่อยในการสรงน้ำพระธาตุ เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองลำพูนมาตั้งแต่โบราณ
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา ช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร, ฟังเทศน์, ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

3. วัดรมณียาราม (วัดกู่ระมัก) ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 4

ร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีตที่หลงเหลือให้เห็นเป็นหลักฐานในพื้นที่บ้านศรีย้อยที่ชัดเจน

คือ เจดีย์หรือชาวบ้านเรียกว่า กู่ จากการสำรวจของชาวบ้านที่ผ่านมาพบว่าในเขตตำบลต้นธงมีถึง 18 กู่ด้วยกันแต่ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้างเสื่อมโทรมเหลือแต่ซากปรักหักพัง มีเพียงบางกู่ที่ได้รับการบูรณะและคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เช่น กู่ระมัก (วัดรมณียาราม) บ้านศรีย้อย หมู่ที่ 4 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ยืนยันว่าสร้างโดยพระนางเจ้าจามเทวีที่มีอายุกว่า 1,400 ปี ต่อมาได้ถูกทิ้งร้างเป็นเวลานาน จนครูบาศรีวิชัยได้มาบูรณะขึ้นใหม่สร้างเจดีย์ใหม่ครอบเจดีย์องค์เดิม ชาวบ้านเรียกว่า วัดกู่ระมัก หรือวัดรมณียารามในปัจจุบัน

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุกู่ละมัก เป็นการเตรียมน้ำเข้ามิ้นส้มป่อย สรงน้ำพระ และเตรียมอาหารเพื่อถวายพระ บูชาพระธาตุกู่ละมัก เพื่อบูชาและสักการะสิ่งที่เป็นมงคลเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้มั่นคงและประพฤติอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม และ สืบสานต่อพระพุทธศาสนา
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

4. วัดพันตาเกิน  ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุฯ เป็นการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระธาตุฯ เพื่อบูชาพระธาตุและเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานาน
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

5. วัดหริการาม  ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 6

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุฯ เป็นการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระธาตุฯ เพื่อบูชาพระธาตุและเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานาน
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

- พิธีกรรมประจำหมู่บ้าน

รุกขมูลกรรม ตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งและนำปัจจัยไปบูรณะป่าช้า เพื่อระลึกถึงบุญคุณของญาติพี่น้องผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว

  1. บุญข้าวใหม่ นำข้าวเปลือกไปใส่ให้ล้นบาตร ทำบุญเพื่อระลึกถึงบุญคุณพระแม่โพสพ
  2. พ่อบ้าน(เสาหลักเมือง) ทำบุญประจำปีโดยจัดขึ้นปีละครั้ง อุทิศส่วนกุศลให้เจ้าที่ที่สิงสถิตย์อยู่ ณ.ที่นั้น
  3. ตานเภตภี ถวายสิ่งของและปัจจัยที่วัด อุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี้น้องที่วายชนม์

6. วัดจักรคำภิมุข ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 7

ในปี พ.ศ. 2474 เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ได้สร้างวัดจากหลักฐานเดิมที่เป็นวัดร้างมาก่อน โดยสร้างศาลาวัด วิหาร กุฏิ บ่อน้ำ การก่อสร้างวิหารได้สร้างพระพุทธรูปพระประธาน ในขณะเดียวกัน เจ้าหลวงจักรคำขจรศักดิ์ได้สร้างคุ้มห้างนา โดนนำเรือนหลังเก่ามาสร้างจำนวน 2 หลัง โดยเจ้าหลวงได้นำสล่ามาจากในเวียงมาสร้างขึ้น (ต่อมาเจ้าหลวงได้ยกให้เป็นบ้านของพ่อหลวงเมือง วงศ์ชัยธง) เพื่อมาพักอาศัยขณะมาตรวจตราการทำนา และสร้างยุ้งฉางข้าวใหญ่ ในหมู่บ้าน (ปัจจุบันถูกพายุพัดล่มไปแล้ว) สร้างเสร็จในปี พ.ศ .2477 แล้วจัดงานฉลอง โดยเจ้าหลวงได้มาพักที่เรือนห้างนานำเอาช่างฟ้อนมาฟ้อนที่บนเรือนแล้วตั้งชื่อว่า วัดจักรคำภิมุข

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุฯ เป็นการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระธาตุฯ เพื่อบูชาพระธาตุและเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานาน
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

    7. วัดล้องกู่ไทย  ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุฯ เป็นการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระธาตุฯ เพื่อบูชาพระธาตุและเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานาน
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

8. วัดกู่เหล็ก ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 10

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุฯ เป็นการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระธาตุฯ เพื่อบูชาพระธาตุและเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานาน
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

- พิธีกรรม

  1. แห่นักษัตรประจำปี มีการนำตัวสัตว์ประจำปีแห่ไปรอบหมู่บ้านเสร็จแล้วนำไปลอยในแม่น้ำ เป็นการสะเดาะเคราะห์เอาสิ่งไม่ดีออกจากหมู่บ้าน
  2. เก้าเป็ง การฟ้อนขอขมา มีการอัญเชิญร่างทรง เป็นการขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน

9. วัดป่าพุทธพจนศรีหริภุญชัย ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 2

วัดป่าพุทธพจน์หิริภุญไชย อันเป็นเขตบุญในพระพุทธศาสนาแห่งนี้ (บ้านสันต้นธง ตำบลต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน) ที่ศรัทธาสาธุชนทั้งหลายได้ร่วมกันถวายปัจจัยจัดสร้างบำรุงเสนาสนะ และร่วมจิตร่วมใจการจัดระบบในองค์กรของสำนักแห่งนี้จนได้รับการพิจารณายกฐานะขึ้นเป็นวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชยภายในเวลา ๓ ปี ที่นับว่ารวดเร็วมาก ในเขตเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน ผู้บริจาคที่ดินคือ คุณเจ้าดารารัตน์ ณ ลำพูน มีสำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ตำนวน ๘๐ - ๙๐ แห่งโดยประมาณ ซึ่งบางแห่งมีอายุประมาณ ไม่ใช่น้อย และกำลังรอยกฐานะขึ้นเป็นวัดแต่ด้วยบารมีธรรมของพระพุทธพจนวราภรณ์(จันทร์ กุสโล) จึงได้ยกขึ้นเป็นวัดป่าพุทธพจน์ฯ อย่างรวดเร็ว มีทั้งศาสนธรรม ศาสนพิธี ศาสนสถาน ศาสนบุคคล ครบถ้วนการสร้างวัดเริ่มอย่างรวดเร็วหลังจากได้รับบัญชาพระอุปัชฌาย์ พระพุทธพจนวราภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะ ๔ ๕ ๖ ๗ ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพระมหาเถระใหญ่แห่งภาคเหนือ ผู้เป็นที่เคารพสักการะของสาธุชน และพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่มาของการยกฐานะเป็นวัดโดยสมบูรณ์

10. วัดล้องกู่คำ  ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 9

ประเพณีประจำปี

  1. สรงน้ำพระธาตุฯ เป็นการนำน้ำขมิ้นส้มป่อยไปสรงน้ำพระธาตุฯ เพื่อบูชาพระธาตุและเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมานาน
  2. ตักบาตรเทโว นำน้ำข้าวสาร – อาหารแห้งไปใส่ทำบุญตักบาตร เพื่อระลึกถึงบุญคุณพระพุทธเจ้า
  3. สลากภัตร ฟังเทศนาธรรมเทศน์มหาชาติ 13 กัณฑ์ เข้าวัด-ทำบุญสืบทอดพระพุทธศาสนา
  4. เข้าพรรษา ทำบุญตักบาตร ถวายเทียนจำนำพรรษา เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน โดยที่พระสงฆ์จะต้องจำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน
  5. ออกพรรษา ทำบุญตักบาตร,ฟังเทศน์,ฟังธรรม ทำบุญตักบาตรเพื่อเป็นการฉลองการออกพรรษาหลังจากที่พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน

- ศิลปะ หัตถกรรม และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์

ตำบลต้นธง มีความโดดเด่นคือ

1. เป็นแหล่งทอผ้าฝ้ายยกดอก ผ้าไหม มีสถาบันผ้าทอขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 และมีประเพณีวัฒนธรรมที่โดดเด่นคือ

2. ประเพณีลอยโขมด จัดขึ้นในเดือนยี่เป็ง โดยแต่ละหมู่บ้านจัดให้มีการประกวดเจดีย์ทราย หนูน้อยนพมาศ ประกวดโขมด ประกวดดอกไม้ไฟ ประกวดซุ้มประตูป่าหน้าบ้าน ที่แสดงถึงการอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง นอกจากนี้ยังมีการขนทรายเข้าวัด ซึ่งทรายที่ขนนั้นนำมาจากแม่น้ำกวงและแม่น้ำปิง และฟังเทศน์ เพื่อเป็นการจรรโลงใจของประชาชนในแต่ละหมู่บ้านอีกด้วย

3. ประเพณีสรงน้ำพระธาตุกู่ระมัก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ บ้านศรีย้อย หมู่ที่ 4

ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นการอนุรักษ์ประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณภายในงานจะมีการ สรงน้ำพระธาตุกู่ระมัก และมีการทำบุญต่าง ๆ มากมายเพื่อช่วยกันทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้คงอยู่ต่อไป

- ปราชญ์ชาวบ้านและครูภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ

หมู่ที่ 1 บ้านสันต้นธง

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. ผ้าไหมผ้าฝ้ายทอยกดอกออกแบบลายผ้า

นางอำไพ เชษฐธง

ที่อยู่ 69/1 ม. 1 บ้านสันต้นธง

เป็นที่ลื่อเลืองและสร้างชื่อเสียงในด้านการทอผ้าของชุมชนให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
2. ปราสาทโลงศพ

นายเกษม ยะธง

ที่อยู่ 21/1 ม. 1 บ้านสันต้นธง

ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและช่วยทำเป็นอาชีพเสริม
3. ทำไม้กวาดทางมะพร้าว

นายอินสอน กัญญาธง

ที่อยู่ 73/1 ม. 1 บ้านสันต้นธง

ทำเพื่อจำหน่ายเป็นการเพิ่มรายได้ และฝึกสอนให้ผู้ที่สนใจ
4. ผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายผ้าถักโคเชท์

นางสาวผ่องศรี อุ่นธง

ที่อยู่ 94/9 ม. 1 บ้านสันต้นธง

ทำเพื่อจำหน่ายเป็นการส่งเสริมอาชีพ ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
5. การทำศิลปะการประดิษฐ์ของชำร่วย ดอกไม้ งานผ้า งานฝีมือต่าง ๆ

นางจันทพร พยัคฆันตร์

ที่อยู่ 62/3 ม.1 บ้านสันต้นธง

ส่งเสริมในกลุ่มอาชีพ ทำไว้เพื่อจำหน่าย ทำให้มีรายได้เสริมและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

หมู่ที่ 2 บ้านสันต้นธง

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. หมอเมืองนายวีรพล เชษฐธ ที่อยู่ 66 ม. 2 บ้านสันต้นธงเป็นหมอชาวบ้าน โดยใช้ยาสมุนไพรและพิธีกรรมทางศาสนาในการรักษาคนเจ็บป่วย
2. ด้านการทอผ้าฝ้ายแปรรูป

นางดาวัลย์ โล่ตระกูล

ที่อยู่ 83 ม. 2 บ้านสันต้นธง

สร้างรายได้ให้แก่หมู่บ้าน และสืบทอดภูมิปัญญาด้านการทอผ้าฝ้าย
3. ด้านยาสมุนไพร (ยาดม ยาหม่องน้ำ )นางนิภา จุลธง ที่อยู่ 188 ม. 2 บ้านสันต้นธงสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชนและยังเป็นการใช้สมุนไพรในหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์อีกด้วย
๔. ด้านการทำของประกอบพิธีกรรม เช่น ขันศีล ขันผูกมือ

นางสาวบุปผา ธรรมกุลธง

ที่อยู่ 33/3 ม. 2 บ้านสันต้นธง

ช่วยให้มีของประกอบพิธีกรรมเวลามีงานทางด้านศาสนา

หมู่ที่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

จักสาน (ไซ)

นายเขื่อน คำธง

ที่อยู่ 85 หมู่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

สร้างรายได้, แหล่งเรียนรู้ชุมชน
จักสาน (ข้อง ตุ้ม สุ่มปลา)

นายนิพล มูลธง

ที่อยู่ 10 หมู่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

สร้างรายได้, แหล่งเรียนรู้ชุมชน
ถักยอ ทอแห

นายอุไร เชษฐธง

ที่อยู่ 3 หมู่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

สร้างรายได้, แหล่งเรียนรู้ชุมชน
ประดิษฐ์งานฝีมือ (ช่อ, ตุง, โคม) ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

นางมาลี โกมลธง

ที่อยู่ 2 หมู่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว

ช่วยเหลืองานชุมชน, แหล่งเรียนรู้ชุมชน

หมู่ที่ 4 บ้านศรีย้อย

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. ด้านการประมง

(เลี้ยงปลาในกระชัง)

นายวิโรจน์ กันทะวงค์

ที่อยู่ 102 หมู่ 4 บ้านศรีย้อย

เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นแหล่งภูมิปัญญาแก่คน รุ่นหลัง
2. ด้านการจักสาน

นายอิ่น ก้อฟั่น

ที่อยู่ 53/3 หมู่ 4 บ้านศรีย้อย

เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นแหล่งภูมิปัญญาแก่คน รุ่นหลัง
3. ด้านยาสมุนไพร

นายอรุณ ทาธง

ที่อยู่ 76 หมู่ 4 บ้านศรีย้อย

ช่วยรักษาโรคให้แก่คนในชุมชนและยังเป็นแหล่งภูมิปัญญาแก่คนรุ่นหลังด้วย

หมู่ที่ 5 บ้านพันตาเกิน

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. สานหมวกใบตาล

นางศรีวรรณ อินทะพล

ที่อยู่ 11 ม.5 บ้านพันตาเกิน

เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นแหล่งการเรียนรู้
2. สานไซ สานข้อง

นายประเวศน์ อินวรรณ

ที่อยู่ 164 ม.5 บ้านพันตาเกิน

เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นแหล่งการเรียนรู้
3. แกะสลักไม้รูปเหมือนต่าง ๆ

นายบัญญัติ พยัคบุตร

ที่อยู่ 36/1 ม.5 บ้านพันตาเกิน

เป็นการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเป็นแหล่งการเรียนรู้
4. การทำเกษตรผสมผสาน

นายเอนก โพธิพฤกษ์

ที่อยู่138/2 ม.5 บ้านพันตาเกิน

เป็นแหล่งภูมิปัญญาให้แก่คนรุ่นหลังและผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้
5. การทำไร่น่าสวนผสม

นายสมบูรณ์ กัลป์ละหะ

ที่อยู่105/1 ม.5 บ้านพันตาเกิน

เป็นแหล่งภูมิปัญญาให้แก่คนรุ่นหลังและผู้ที่สนใจได้ศึกษาเรียนรู้
6. ด้านการวาดภาพ

นายประสงค์ ลือเมือง

ที่อยู่123/4 ม.5 บ้านพันตาเกิน

เป็นชื่อเสียงของหมู่บ้านและเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ผู้สนใจด้านการวาดภาพ

หมู่ที่ 6 บ้านสันมะนะ

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

ยาสมุนไพร

นายขัน พอนา

ที่อยู่ 39 ม.6 บ้านสันมะนะ

ใช้เป็นยารักษาโรคของคนในหมู่บ้าน

นวดแผนโบราณ

นางศรีนวล ปันจธง

ที่อยู่ 136 ม.6 บ้านสันมะนะ

เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เอาไว้สืบทอดไว้ให้แก่เด็กรุ่นหลัง
การต่อเรือ

นายบุญสม ดีวนา

ที่อยู่ 88/3 ม.6 บ้านสันมะนะ

เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านและยังเป็นแหล่งสร้างรายได้และสร้างการเรียนรู้ไว้ให้แก่เด็กรุ่นหลัง
ด้านหัตถกรรมจักสาน

นายเมือง ผะธง

ที่อยู่ 54 ม.6 บ้านสันมะนะ

เป็นแหล่งภูมิปัญญาและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน

ด้านหัตถกรรมประดิษฐ์ข้าวของเครื่องใช้จากไม้ไผ่

(โต๊ะ, เก้าอี้ ฯลฯ)

นายแสง เทพมาลัย

ที่อยู่ 50 ม.6 บ้านสันมะนะ

เป็นแหล่งภูมิปัญญาและเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน
การประดิษฐ์ของประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เช่น ขันศีล, ขันผูกมือ, พวงมาลัย ฯลฯ

นางบัวชุม พอนา

ที่อยู่ 39 ม.6 บ้านสันมะนะ

ใช้เป็นของประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

หมู่ที่ 7 บ้านจักรคำภิมุข

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. จักสานนายแสวง วังสิงห์คำ ม.7 จักรคำภิมุขสืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้าน
2. นาผักแว่นนางหอม อุ่นศรี 39 ม.7 จักรคำภิมุขด้านอาหารผักปลอดสารพิษ
3. ประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ของชำร่วย ทำซุ้มดอกไม้ตกแต่ง

นางพนิดา มาลาธง 86 ม. 7

จักรคำภิมุข

ด้านประดิษฐ์ตกแต่งในชุมชน
4. ด้านอาหาร

นายก๋องแก้ว ดิสิงห์ชัย 49/3 ม.7

จักรคำภิมุข

เป็นพ่อครัวหลักในชุมชน
5. ด้านยาสมุนไพร

นายสุวรรณ ท้าวสม

105 ม.7 จักรคำภิมุข

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาโรคของคนในหมู่บ้าน และเป็นการสืบทอดภูมิปัญญาด้านสมุนไพรไม่ให้เลือนหายไป

หมู่ที่ 8 บ้านใหม่สันมะนะ

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

น้ำส้มไม้ ใช้ฆ่าแมลงที่มากินพืชผักที่ปลูก

นายสินธ์ ธรรมพิงค์

ที่อยู่ 208/1 ม. 8

บ้านใหม่สันมะนะ

การใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติในการฆ่าแมลง และไม่ทำลายสภาพแวดล้อมอีกด้วย
หมอเมือง

นายสม อินทร์วรรณ

ที่อยู่ 161 ม. 8

บ้านใหม่สันมะนะ

เป็นหมอชาวบ้านที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในหมู่บ้าน โดยใช้ยาสมุนไพรในการรักษาและรักษาให้หายโดยการพิธีกรรมทางศาสนา และไม่เป็นอันตรายต่อคนที่มารักษา
หมอสมุนไพร

นายสมพงษ์ คำปั้น

ที่อยู่ 89 ม. 8

บ้านใหม่สันมะนะ

เป็นหมอชาวบ้านที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในหมู่บ้าน โดยใช้ยาสมุนไพรในการรักษาและไม่เป็นอันตรายต่อคนที่มารักษา

หมู่ที่ 9 บ้านปากล้อง

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. แกะสลักนายสมบูรณ์ อินวรรณ์สืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้านและความคิดสร้างสรรค์
2. จักรสาน ( ไม้ไผ่ )นายมูล แดงตาศรี,นายสุข อินใจสืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้านให้แก่คนรุ่นหลัง
3. จักรสาน ( ด้าย แห ยอ ข้อง ไซ )นาย คำ อินใจ ,นายณรงค์ สุภาธงสืบทอดภูมิปัญญาชาวบ้านและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
4. ทำการเกษตรผสมผสานนายมานิตย์ สุภาธงเป็นแหล่งภูมิปัญญาให้แก่คนรุ่นหลัง

หมู่ที่ 10 บ้านริมกวง

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. ด้านพืชสมุนไพร

นายชื่น โสภา ที่อยู่ 152

ม. 10 บ้านริมกวง

เผยแพร่ความรู้เรื่องสมุนไพรและการปลูกผักที่ปลอดสารพิษ
2. ด้านการประกอบอาหาร

นางสมพร พวงมาลัย

ที่อยู่ 153 ม. 10 บ้านริมกวง

ช่วยเหลือชุมชนเมื่อมีการจัดงานในหมู่บ้าน
3.ออกแบบลายผ้าไหม

นางสาวอำไพ ไชยราช

ที่อยู่ 155/1 ม. 10 บ้านริมกวง

เป็นแหล่งภูมิปัญญาของหมู่บ้านและยังเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน
4. การทอผ้าไหม

นางสุมาลี นัสมานิตย์

ที่อยู่ 164 ม. 10 บ้านริมกวง

เป็นแหล่งภูมิปัญญาของหมู่บ้านและยังเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชน

หมู่ที่ 11 บ้านสันมหาพน

ประเภทภูมิปัญญา

ชื่อ-สกุล และที่อยู่ของเจ้าของภูมิปัญญา

ประโยชน์ต่อชุมชนในด้านใด

1. ยาสมุนไพร

นางอรไพร มาลัยกูล 238

หมู่ 11 บ้านสันมหาพน

ใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการใช้ยาสมุนไพรรักษาโรคแก่คนในหมู่บ้านที่สนใจ
2. นวดแผนโบราณนางอัญชลี ภู่ตระกูล 285/1 หมู่ 11 บ้านสันมหาพนเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าต่อคนรุ่นหลัง และเป็นแหล่งสร้างการเรียนรู้แก่คนในชุมชน
3. จักสานนายประเวศน์ ยาอินทร์ 238/1 หมู่ 11 บ้านสันมหาพนเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่าต่อคนรุ่นหลัง และเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้และสร้างรายได้
4. เย็บปักถักร้อย

นางศรีจันทร์ นารัตน์ 194

หมู่ 11 บ้านสันมหาพน

เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างการเรียนรู้และรายได้ให้แก่ชุมชน
5. การตีเครื่องเงินนายธงชัย กองเงิน 229 หมู่ 11 บ้านสันมหาพนเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างการเรียนรู้และรายได้ให้แก่ชุมชน
6. การทำบัดกรีนางสาวกุศล ถูกนึก 254 หมู่ 11 บ้านสันมาหาพนเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านสร้างการเรียนรู้และรายได้ให้แก่ชุมชน

- การศึกษา

1. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลต้นธง จำนวน 1 แห่ง โดยจัดการศึกษาระดับก่อนวัยเรียน อายุ 2-3 ปี

2. โรงเรียนในกลุ่มตำบลต้นธง มีจำนวน 2 แห่ง

ประกอบด้วย โรงเรียนวัดสันต้นธงและโรงเรียนบ้านศรีย้อย

3. โรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษา จำนวน 1 แห่ง

- โรงเรียนอรพินพิทยา

4. โรงเรียนระดับมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็กพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

5. ศูนย์พัฒนาอาชีพสตรี 1 แห่ง

- ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา บรมราชินีนาถ จังหวัดลำพูน

6. ระดับอุดมศึกษา 1 แห่ง

- มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์จังหวัดลำพูน (มจร.ลำพูน)

7. การศึกษานอกระบบโรงเรียน   1 แห่ง

- ศูนย์การเรียนชุมชนเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลต้นธง (ศรช.)

1.2.4 สถานที่สำคัญ

ชื่อสถานที่

ที่ตั้ง

หมายเลขโทรศัพท์

หน่วยงานของรัฐ

สำนักงานเทศบาลตำบลต้นธง200 หมู่ที่ 10 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-534775

สำนักงานสถิติจังหวัดลำพูน

81/2 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-534363

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลำพูน เขต 1

65/2 หมู่ที่ 4 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-003612

แขนทางหลวงชนบทลำพูน

117 ม.4 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-003546 ต่อ 101

สำนักงานเกษตรจังหวัดลำพูน

94 ม.3 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จ.ลำพูน 51000

053-511120

สถานศึกษา

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลต้นธงต.ต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000
โรงเรียนวัดสันต้นธง

181 ม.2 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จ.ลำพูน 51000

053-511223

โรงเรียนบ้านศรีย้อย

129 ม.4 บ้านศรีย้อย ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-003556

โรงเรียนอรพินพิทยา

129 ม.10 ต.ต้นธง อำเภอเมือง

จังหวัดลำพูน 51000

053-534835

ศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติ

72 พรรษา บรมราชินีนาถ

จังหวัดลำพูน

279 หมู่ที่ 9 ถนนลำพูน-ป่าซาง

ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน

51000

053-092420

www.facebook.com.072LPN

www.dwf72.go.th

โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษา ในพระบรมราชูปถัมภ์

สมเด็กพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารี

5 หมู่ที่ 9 ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-092444

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์จังหวัดลำพูน (มจร.ลำพูน)

192 หมู่ที่ 2 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-563163

ศูนย์การเรียนชุมชนเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลต้นธง (ศรช.)

178 หมู่ที่ 11 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-511295

วัดสันต้นธง

113 ถ.ลำพูน-ป่าซาง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-511663

ชื่อสถานที่

ที่ตั้ง

หมายเลขโทรศัพท์

วัด

วัดบ่อแฮ้ว (วัดกมลธัชยาราม)

หมู่ที่ 3 บ้านบ่อแฮ้ว ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-512037

วัดรมณียาราม (วัดกู่ระมัก)

222 หมู่ที่ 4 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-003595

วัดพันตาเกิน

49 หมู่ที่ 5 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-534888

วัดสันมะนะ

222 หมู่ที่ 6 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

080-1224305

วัดจักรคำภิมุข

125 หมู่ที่ 7 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จ.ลำพูน 51000

053-5340437

วัดล้องกู่ไทย

229 หมู่ที่ 8 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

081-5680751

พระสำรวย กัลป์ยาณธมฺโม

วัดล้องกู่คำ

229 หมู่ที่ 8 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

081-386-7286

พระดวงแก้ว ฐิตธมฺโม

วัดกู่เหล็ก

139 หมู่ที่ 10 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-510543

วัดป่าพุทธพจน์หริภุญชัย

หมู่ 2 ต.ต้นธง อำเภอเมือง

จังหวัดลำพูน 51000

โรงพยาบาล/สถานพยาบาล

โรงพยาบาลลำพูน

177 หมู่ที่ 11 ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-569100

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

ตำบลต้นธง (บ้านสันต้นธง)

หมู่ที่ 3 ต.ต้นธง อำเภอเมือง

จังหวัดลำพูน 51000

053-003591

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ

ตำบลต้นธง (บ้านสันมะนะ)

1 หมู่ที่ 6 ต.ต้นธง อำเภอเมือง

จังหวัดลำพูน 51000

053-500880

คลีนิกผดุงครรค์

219 หมู่ที่ 6 ต.ต้นธง อำเภอเมือง

จังหวัดลำพูน 51000

สถานดูแลผู้สูงอายุ

บ้านประกายพรรณ

(บ้านพักพยาบาล)

19 หมู่ที่ 9 บ้านปากล้อง ต.ต้นธง

อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน 51000

053-092432

1.2.5 เส้นทางสำคัญ

  1. ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ลำพูน-ป่าซาง มีระยะทาง 7,430 กิโลเมตร

ที่ผ่านพื้นที่ตำบลต้นธง เป็นถนนขนนาด 2 ช่องทางจราจร เส้นทางนี้สามารถเดินทางไปสู่ถนนสายสำคัญต่างๆ ในพื้นที่ตำบลต้นธงได้ เช่น ถนนทางหลวงหมายเลข 1015 ลำพูน-ริมปิง โดยใช้ถนนเลี่ยงเมืองสาย ค-3 เป็นเส้นทางเชื่อม ซึ่งถนนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ลำพูน-ป่าซาง ที่ผ่านตำบลต้นธงเป็นเส้นทางหลักในการสัญจรของหมู่บ้าน หมู่ที่ 1,2,3,4,5,9 สำหรับเดินทางเข้าตัวเมืองลำพูน หรือเดินทางไปยังอำเภอป่าซางและพื้นที่ใกล้เคียง

  1. ถนนทางหลวงหมายเลข 1015 ลำพูน-ริมปิง(สันป่าตอง) ชื่อถนนจามเทวี (ผ่านจังหวัด ลำพูน-

เชียงใหม่) มีระยะทาง 960 กิโลเมตร เป็นถนนขนนาด 2 ช่องทางจราจร เส้นทางนี้สามารถเดินทางไปสู่ถนนสายสำคัญต่างๆ ในพื้นที่ตำบลต้นธงได้ เช่น ถนนทางหลวงหมายเลข 106 ลำพูน-ป่าซาง โดยใช้ถนนเลี่ยงเมืองสาย ค-3

เป็นเส้นทางเชื่อม

  1. ถนนเลี่ยงเมือง สาย ค.3 มีระยะทาง 5.550 กิโลเมตร เริ่มต้นที่สามแยกทาจักร-แยกไฟแดง

หลังโรงพยาบาลลำพูน เป็นถนนขนนาด 4 ช่องทางจราจร เส้นทางนี้สามารถเดินทางไปสู่ถนนสายสำคัญต่างๆ ในพื้นที่ตำบลต้นธงได้ เช่น ถนนทางเลียบลำเหมืองไม้แดง (4035) ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางของคนในพื้นที่ หมู่ที่ 1,2,3,4,5,7,8,9,11 ออกสู่ถนนสาย 106 และถนนสาย 1015 และถนนสาย 3012

  1. ถนนสายบ้านริมกวง – บ่อแฮ้ว มีระยะทาง 3.063 กิโลเมตร เริ่มต้นที่สะพานบ้านยู้

ตำบลเวียงยองสามแยกตลาดแม่ย่าไฮ เป็นถนนขนนาด 2 ช่องทางจราจร เส้นทางนี้มีความสำคัญ ในการเดินทางช่วงเวลาเร่งด่วน สำหรับใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงถนนสายหลัก 106 ในการเดินทางเข้าตัวเมืองและเดินทางไปยังอำเภอป่าซาง เส้นทางดังกล่าว เชื่อมต่อไปยังถนนสาย 106 โดยใช้ถนนสายวัดป่าพุทธพจน์ – แยกถนนสายริมกวง – บ่อแฮ้ว เป็นจุดเชื่อมและเดินทางเข้าตัวเมืองได้โดยแยกใช้เส้นทางถนน อบจ.1110 (ข้างโรงเรียนอรพินพิทยา)

  1. ถนน อบจ.1110(ข้างโรงเรียนอรพินพิทยา) มีระยะทาง 650 กิโลเมตร ขนาด 2 ช่องทางจราจร

เป็นเส้นทางรองหรือเส้นทางเลือกในการเดินทางเข้าตัวเมืองในช่วงเวลาเร่งด่วน สามารถใช้เส้นทางดังกล่าวเดินทางผ่านไปยังถนนหลังไฟฟ้าเชื่อมต่อไปยังถนนสาย 106 และชุมชนสันดอนรอมได้

  1. ถนนสายวัดป่าพุทธพจน์ – แยกถนนสายริมกวง – บ่อแฮ้ว มีระยะทาง 595 กิโลเมตร

ขนาด 2 ช่องทางจราจร เป็นเส้นทางแยกมากจากถนนสาย 106 เชื่อมต่อไปยังถนน อบจ.1110 และถนนสายบ้านริมกวง – บ่อแฮ้ว

  1. ถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3012 (บ้านปาล้อง-บ้านใหม่สันมะนะ) มีระยะทาง 5.940

กิโลเมตร ขนาด 2 ช่องทางจราจร เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อไปยังถนนสายเหมืองไม้แดง,ถนนสาย 106 และสายเลี่ยงเมือง ค.3 ได้

  1. ถนนทางหลวงชนบทหมายเลข 3046 (บ้านปากล้อง-บ้านสันมะนะ) มีระยะทาง 4.490กิโลเมตร

ขนาด 2 ช่องทางจราจร เป็นเส้นทางขนาดไปกับลำน้ำแม่ปิงฝังอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางดังกล่าว แยกมาจากถนนสาย 106 บริเวณโค้งสบทาและไปสิ้นสุดยังสะพานศรีวิชัย ตำบลริมปิง และมีทางแยกบริเวณศาลาเจ้าพ่อสุระปวน เชื่อมต่อถนนสาย 3012 (บ้านปาล้อง-บ้านใหม่สันมะนะ)

9. ถนนสายเลียบเหมืองไม้แดง 4035 มีระยะทาง 7.350 กิโลเมตร ขนาด 1 ช่องทางจราจร เป็นเส้นทางสัญจรเก่าก่อนที่จะมีการก่อสร้างถนนสายเลี่ยงเมือง ค.3 (เขตตำบลต้นธง เริ่มต้นตั้งแต่งหลังโรงพยาบาลลำพูน ถึงสะพานโรงอัดแก๊ส หมู่ที่ 8 ) ถนนสายดังกล่าว มีเส้นทางส่วนใหญ่คู่ขนาดไปกับถนนสสายเลี่ยงเมือง ค.3 ซึ่งถนนสายเสียบลำเหมืองไม้แดง 4035 เชื่อมต่อไปยังถนนสาย 3012 (ปากล้อง-บ้านใหม่สันมะนะ) และถนนสาย 106 ลำพูน-ป่าซาง

1.2.6 ข้อมูลประชากร

ประชากรและครัวเรือนของตำบลต้นธง

หมู่ที่

ชื่อบ้าน

จำนวนประชากร

จำนวน (ครัวเรือน)

ชาย (คน)

หญิง (คน)

รวม (คน)

1

บ้านสันต้นธง

732

872

1,604

872

2

บ้านสันต้นธง

478

505

983

525

3

บ้านบ่อแฮ้ว

571

674

1,245

685

4

บ้านศรีย้อย

950

1,022

1,972

1,000

5

บ้านพันตาเกิน

617

654

1,271

517

6

บ้านสันมะนะ

333

398

731

303

7

บ้านจักรคำภิมุข

581

672

1,253

533

8

บ้านใหม่สันมะนะ

357

438

795

338

9

บ้านปากล้อง

245

288

533

239

10

บ้านริมกวง

431

482

913

368

11

บ้านสันมหาพน

604

728

1,332

752

ประชากรแฝง

101

61

162

1

รวม

6,000

6,794

12,794

6,133

ที่มา : ข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง อ.เมืองลำพูน

ข้อมูล ณ เดือน มิถุนายน 2567

จำนวนประชากรกลุ่มเปราะบาง จำแนกตามประเภท

กลุ่มผู้เปราะบาง

จำนวนคน

ผู้สูงอายุ

2,532

คนพิการ

480

ผู้ติดเชื้อ

35

ผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและบุคคลที่มีภาวะพึ่งพิง/ผู้ป่วยติดเตียง

71

ผู้ป่วยเรื้อรัง (เบาหวาน,ความดัน)

2,955

ผู้ติดยาเสพติด

ไม่มีข้อมูล

คนจนไร้ที่พึ่ง ผู้ยากไร้

110

คนติดพนัน

ไม่มีข้อมูล

คนมีหนี้สินล้นพ้นตัว

ไม่มีข้อมูล

ประเภทสาธารณภัยในพื้นที่ตำบลต้นธง

ประเภทสาธารณภัย

ห้วงระยะเวลาเกิดภัย

ภัยแล้งตุลาคม-พฤษภาคม
ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)พฤศจิกายน – พฤษภาคม
อุทกภัยพฤษภาคม – ตุลาคม
วาตภัยกุมภาพันธ์ – ตุลาคม
อัคคีภัยตลอดปี
โรคติดต่อ(เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019)ตลอดปี (เน้นช่วงฤดูฝน)
โรคติดต่อ(ชิกุคุณยา)ตลอดปี (เน้นช่วงฤดูฝน)
โรคติดต่อ(ไข้เลือดออก)ตลอดปี (เน้นช่วงฤดูฝน)
โรคมือเท้าปากตลาดปี (เน้นช่วงปลายฝนต้นหนาว)
อุบัติเหตุทางถนนตลอดปี (เน้นช่วงเทศกาล)

ลำเหมืองภายในตำบลต้นธง

กลุ่มที่

ชื่อลำเหมือง

ปากเหมืองกว้าง

ระยะทาง

(เมตร)

(เมตร)

1

เหมืองไม้แดง โรงพยาบาลลำพูน – ขัวโย

5.00

5000

2

เหมืองไม้แดง ขัวโย – หมู่ที่ 9

5.00

3800

3

เหมืองช้างมูบ (ต่อจากเหมืองขี้เลือด ต.ริมปิง)

3.00

2700

4

เหมืองกอสีเลา (แยกจากเหมืองฟ้าผ่าถึงสุดซอยทุ่งเศรษฐี)

3.00

2300

5

เหมืองกองเรือ

2.50

1500

6

เหมืองขวาง

3.00

6000

7

เหมืองฟ้าผ่า

2.50

1400

8

เหมืองในป่า

2.00

1000

9

เหมืองฝายพญาอุต (เหมืองอู่)

4.00

3500

10

เหมืองริมปิง

3.00

3200

11

เหมืองสันมะนะ

1.80

3800

12

เหมืองสันป่าดู่

3.00

2600

13

เหมืองกลาง

4.00

2800

14

เหมืองกิ่ว – เหมืองนาเจ้า

3.00

14000

15

เหมืองกลางริมปิง

3.00

3800

รวม

57,400

-การตั้งจุดตรวจร่วมฯ จุดบริการ ด่านชุมชนในห้วงเทศกาล

ที่ชื่อจุดตรวจหมู่ที่ตำบลอำเภอจังหวัดถนน

พิกัดที่ตั้ง GPS

E/X

N/Y

1

ป้อมยามท่าจักร

5

ต้นธง

เมือง

ลำพูน

106

ลำพูน-ป่าซาง

98.967950

18.544062

จุดติดตั้งกล้อง CCTV ในพื้นที่ตำบลต้นธง

จุดติดตั้งกล้อง CCTV

ลำดับ

สถานที่ / หมู่บ้าน

จำนวนจุด

จำนวนตัว

หมายเหตุ

1

หมู่บ้านคันทรี่โฮม 1

2

6

2

หมู่บ้านคันทรี่โฮม 2

1

3

3

หมู่บ้านคันทรี่โฮม 3

1

3

4

ถนนหน้าโรงเรียนศรีย้อย

1

3

5

สี่แยกบ้านนายชัยวัตน์ สินประเสริฐ

1

4

6

ถนนหน้าโรงเรียนบ้านพันตาเกิน

1

3

7

ศูนย์เด็กเล็กและประปา

1

5

8

แยกหลงวัดสันต้นธง

1

3

9

โครงการบ้านจัดสรรทรัพย์มาลี 3

1

4

10

ถนนหน้าโรงเรียนจักรคำภิมุข

1

3

11

สะพานวังไฮ

1

3

12

แยกหลังวัดจามเทวี

1

3

13

ปากทางศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

1

3

14

สามแยกปากทางหมู่ 7

1

3

15

แยกหัวบ้านใหม่สันมะนะ - บ้านสบปะ

1

3

16

จุดตัดต่อระหว่างหมู่ 6 ถนนเรียบน้ำปิง

1

3

17

สะพานหมู่ 6 สะพานข้ามน้ำปิง

1

3

18

แยกหมู่ 8 ไปหมู่ 6 บ้านนายสุรพล ปัญญาพุธ

1

3

19

สามแยกโค้งหน้าวัดร้องกู่ไทย

1

3

20

แยกหน้าโรงเรียนสันต้นธง

1

3

จุดติดตั้งกล้อง CCTV

ลำดับ

สถานที่ / หมู่บ้าน

จำนวนจุด

จำนวนตัว

หมายเหตุ

21

โครงการบ้านจัดสรรบ้านริมน้ำโครงการ 1 และ 2

1

6

22

สำนักงานเทศบาล

1

6

23

ถนนหน้าโรงเรียนบ้านสันมานะ

1

3

24

สามแยกหลังหลังวัดพันตาเกิน

1

3

25

โค้งสบทา หมู่ที่ 9 สะพานใหม่

1

4

26

สะพานหม่ หมู่ที่ 5

1

4

27

ตลาดแม่ย่าฮาย หมู่ที่ 3

1

4

28

วัดสันต้นธง หมู่ที่ 2

1

4

33

สามแยกสะพานหลังวัดสันต้นธง

1

3

รวม

34

118

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

number of website visitors
วันนี้
230
คน
สัปดาห์นี้
1649
คน
เดือนนี้
652
คน
ปีนี้
59973
คน
ทั้งหมด
338814
คน
นโยบายของเว็บไซต์ | นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัย | นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุุคคล
Cookie
Original text
Rate this translation
Your feedback will be used to help improve Google Translate