”อภิสิทธิ์“ มอง5จุดตายประเทศไทย “ปชป.” ขออาสาเป็นทางรอด ย้ำเงื่อนไขร่วมรัฐบาล ไม่เอาทุนเทา-สร้างขัดแย้ง สอนมวย เร้าความโกรธเพื่อเปลี่ยน ไม่ยั่งยืน แนะต้องใช้ศิลปะ ดึงแนวร่วมอย่าดูถูกคนแก่-โง่-จน ประกาศลั่นตั้งใจชนะ แม้เป็นฝ่ายค้านคนเดียว พร้อมสู้กับคนโกง-เอาเปรียบบ้านเมือง
เมื่อเวลา 20.10 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วันแบงค็อก ฟอรัม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้ชื่อ “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์” ว่าขอบคุณ สำหรับทุกช่อดอกไม้ พวงมาลัย หรือแม้แต่รอยยิ้ม มีความหมายกับตนเสมอ ตนเลยต้องถือช่อดอกไม้ช่อนี้ขึ้นเวที เพราะว่านายองอาจ คล้ามไพบูลย์ บอกว่ามีสุภาพสตรีท่านหนึ่งที่ตั้งใจมามอบช่อดอกไม้นี้ให้กับตน แต่หาตนไม่เจอ ที่สำคัญดอกไม้ช่อนี้ไม่ได้ซื้อมา นั่งทำด้วยตัวเองเพื่อตั้งใจจะมอบให้ตน
จากนั้นได้มองหาเจ้าของช่อดอกไม้ พร้อมกล่าวขอบคุณมาก เข้าไปสวมกอดเจ้าของช่อดอก กล่าวว่า สิ่งเล็กๆ เหล่านี้มีความหมายให้เราเดินต่อ
เช่นเดียวกันมีสุภาพบุรุษท่านหนึ่งมอบนกฟีนิกซ์สีฟ้า พับ 3 ตัว มาให้ตน นายกรณ์ นางการดี คนละ 1 ตัว โดยนายกรณ์อุทานออกมาว่า สีฟ้าทำจากแบงก์ 50 บาท ตนก็นั่งคิดในใจว่าโชคดีที่ไม่ไปมอบให้พรรคสีเทา
“วันนี้ผมขอเริ่มต้นด้วยการขอบคุณหลายๆ คนที่ทำให้การเดินทางของพรรคประชาธิปัตย์นับตั้งแต่ที่ตนกลับมาเพียงไม่กี่เดือน เดินมาถึงจุดนี้ได้ แน่นอนที่สุดเพื่อนสมาชิกที่ไว้วางใจผม และกรรมการบริหารชุดใหม่คือผู้ที่เปิดประตูให้เราสามารถเดินเข้ามาและเดินทางต่อ ทำให้ผมมีกำลังเหมือนที่ผมถูกส่งให้หาเสียงภาคใต้ 3 วัน ปราศัยประมาณ 15 เวที แต่พอมีช่วงพักได้แวะปั๊มแล้วเด็กร้านสะดวกซื้อในปั๊มวิ่งออกมาบอกว่า ขอบคุณท่านมากที่ทำให้หนูได้เรียนฟรี เท่านี้ก็คุ้มแล้ว หายเหนื่อยและพร้อมที่จะต่อสู้ต่อไป” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า วันนี้มันสำคัญมากไปกว่าเรื่องของตน เรื่องของผู้สนับสนุน หรือเรื่องของการมาปราศรัยในวันนี้ เพราะอีก 2 วันข้างหน้าการตัดสินใจของพี่น้องประชาชนจะส่งผลอย่างสำคัญต่ออนาคตของพวกเราทุกคน และอนาคตของประเทศนี่คือเรื่องหลักที่ตนอยากจะมาพูด และวันที่ตนไปเวทีดีเบต โค้งสุดท้าย เขาบอกให้อ้อนขอให้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ตนบอกว่า ไม่อ้อนขอให้กับตน แต่อ้อนขอให้กับประชาธิปัตย์ อ้อนขอว่าประเทศไทย ที่มาถึงจุดที่เรามีวิกฤตสารพัดจนกลายเป็นสิ่งที่กำลังมองว่าเป็นจุดตายของการพัฒนาประเทศต่อไป ซึ่งจุดตายหลายเรื่องมันคืออะไร คือ 1.ทุนเทา การทุจริต ที่ทำลายทุกอย่างในประเทศ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาเพราะมองว่าการแข่งขันไม่เป็นธรรม เป็นการแข่งขันจากเส้นสาย เหมือนเป็นประเทศขี้โกง ตนอายเพราะไม่ใช่นิสัยของคนไทย เป็นแค่คนไทยกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ขี้โกง และทำลายประเทศอนาคตของลูกหลาน
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า 2.เศรษฐกิจโตต่ำ พรรคประชาธิปัตย์ทำนโยบาย 200 กว่านโยบาย ไม่ใช่ 8 นโยบาย ซึ่งจำนวนของนโยบายนั้น ไม่ใช่ว่านโยบายมากแล้วจะทำไม่ได้ หรือนโยบายน้อย แล้วจะทำสำเร็จ เพราะบางอย่างพูดแล้วไม่ทำ เช่น กัญชาเพื่อการแพทย์ กัญชาเสรี ซึ่งตนมองว่าการผ่าตัดเศรษฐกิจใหญ่ต้องมีแนวทาง โดยการเสนอนโยนายให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ใช่เรื่องสนุก แต่การหาเสียงที่ไม่ได้เขียนในนโยบายนั้นจะเป็นจริงหรือไม่ เพราะที่ภาคใต้พบว่าพูดแต่โครงการใหญ่ สรุปจะทำหรือไม่ หรือแค่พูด
“ไปภาคใต้บอกว่าจะทำแลนด์บริดจ์ คนเชียร์ก็สนับสนุน แต่ในนโยบายไม่ได้เขียนไว้ นักวิชาการก็บอกว่าดีแล้ว ซึ่งผมอยากจะถามแต่ไม่มาดีเบตสักที ทำได้หรือไม่ ผมกังวลว่าเกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ผมเป็นนายกฯ กรณ์ เป็น รมว.คลัง จำคำสบประมาทได้หรือไม่ว่าเด็ก 2 คนนี้จะแก้ได้หรือ แต่ไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวเร็วที่สุด ทั้งนี้นโยบายที่ทำมานั้นพร้อมทำให้ไทยรอดจากความจนและเศรษฐกิจที่ตกต่ำ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า 3.เศรษฐกิจเหลื่อมล้ำ ที่มองไม่เห็นอนาคตว่ากลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้ไม่พอจะฟื้นได้อย่างไร ทั้งนี้ตนมองว่าชีวิตของประชาชนต้องมีหลักประกัน 4.จุดตายเรื่องการเมือง ทั้งนี้มีฝ่ายการเมืองชี้หน้าว่าพรรคนี้รักชาติ พรรคนี้ไม่รักชาติ ตนอยากบอกว่าหากรักชาติจริงต้องไปดูปัญหาทุจริตในพรรคของตัวเองก่อน อีกฝ่ายหนึ่งมีความอึดอัด เสนอให้รื้อด้วยความโกรธ ซึ่งกรณีดังกล่าวนั้นจะสร้างกลุ่มผู้ร้ายว่าเป็นอุปสรรคของการพัฒนาประเทศ จึงปรากฏการณ์ด้อยค่ากองทัพ สถาบันหลักของชาติ และบอกให้ประชาชนเลือกข้าง ซึ่งทางเลือกของประเทศไทยควรมีทางเลือกที่ดีกว่านี้
”หากผูกขาดความรักชาติ จะทำให้เกิดกรณีที่ในที่สุดมีคนชังชาติ ความจริงไม่เป็นแบบนั้นเพราะเป็นข้ออ้างจากคนที่ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งไม่แก้ปัญหาระยะยาว ส่วนอีกฝ่ายที่บอกว่ารื้อทุกอย่างเอาความไม่พอใจเป็นทุนทางการเมือง ผมเคยทำงานการเมือง 30 ปี มีส่วนเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างมาหลายครั้ง ซึ่งรู้ว่าไม่ง่ายเพราะมีคนได้และเสียประโยชน์ ลำพังการปลุกเร้าจากความไม่พอใจ และบอกให้รื้อจะไม่ยั่งยืน การปฏิรูปที่ยั่งยืนต้องมีศิลปะ ดึงคนมีส่วนร่วมให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ว่า ผมจะเป็นคนเดียวที่เปลี่ยนแปลงได้ แต่คนอื่น แก่ โง่ จน ทั้งนี้การทำงานกับพรรคการเมืองไหนต้องรับเงื่อนไขคือหยุดแตกแยก และสงวนจุดร่วม เพื่อให้ประเทศไทยก้าวข้ามความแตกแยก” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า และ 5.จุดตายที่เกิดจากภายนอก ทั้งชายแดนไทย-กัมพูชา ชายแดนเมียนมา ที่อาจส่งผลกระทบระหว่างไทยกับเมียนมา รวมถึงชายแดนใต้ นอกจากนั้นแล้วยังมีความขัดแย้งของประเทศมหาอำนาจ ที่ทำให้ประเทศขนาดกลางและขนาดเล็กเป็นเหมือนเบี้ยบนกระดาน
“การเลือกตั้งที่กำหนดอนาคตของประเทศ แข่งขันเรื่องเก่าๆ ว่า ปลุกเร้าอารมณ์ร่วมเพื่อต่อสู้กัน การซื้อเสียงที่ใครใช้เงินมากกว่ากัน พรรคประชาธิปัตย์เสนอตัวเป็นมากกว่าทางเลือก คือ เป็นทางรอดจากปัญหาที่หนักหน่วง ซึ่งผมเชื่อว่าแก้ไขได้ และปิดได้หมดด้วยพรรคประชาธิปัตย์” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวด้วยว่า การประกาศไม่ร่วมงานกับบางพรรคการเมืองมาจากการพิจารณาข้อมูลจากคดีในอดีต ทั้งนี้ประเด็นทาการเมืองที่มีประเด็นเรื่อง ชั้น 14 คลิปอังเคิล ทุกคดีหรือทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญหาจริยธรรม ถูกมองว่าเป็นเรื่องนิติสงคราม ตนไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยกับบทบัญญัติของกฎหมายที่มี และอยากแก้ไข แต่หากเห็นจริงว่ากระทำผิดแล้วไม่ดำเนินการเพราะอ้างว่า กระบวนการใช้ไม่ได้ อยากมีทางรอดที่ปลอดภัยจากการโกง ต้องเอาคนยึดถือเรื่องดังกล่าวที่จริงและพร้อมพูดความจริง และต่อสู้ทุกเวที
“ผมขอวัดใจประชาชน หลังมีคนบอกว่า กระสุนทำให้กระแสแพ้ มีบางโพลบอกว่ากระแสประชาธิปัตย์เกิน 50% แต่อาจแพ้เลือกตั้ง ผมขอวัดใจประชาชนว่าจะเลือกคนที่ถูกอายัดทรัพย์จากคดีสแกมเมอร์หรือไม่ ทั้งนี้ผมขอยืนยันว่าผมมีไฟทำสิ่งต่างๆ เช่นเคย แต่จุดต่างคือ มีเวลาน้อยลง ผมเดินหน้าเต็มที่ทุกเรื่องเพราะเป็นความตั้งใจกลับมา และจะไม่มีการกลับมาครั้งต่อไป เพราะเป็นโอกาสที่ต้องคว้าและใช้ให้เกิดประโยชน์และต้องจบเที่ยวนี้ ไม่ได้หมายความว่าไปไหน เพราะมีมติกรรมการบริหารพรรคห้ามไม่ให้ไปไหน ต่อให้ผมแพ้ครั้งนี้ ผมยังอยู่เป็นฝ่ายค้านในสภา จัดการคนโกง ที่เอาเปรียบบ้านเมือง เหลือคนเดียวจะพูดให้รัฐบาลชี้โกงล้มได้ เพราะเที่ยวนี้ผมไม่ตั้งใจแพ้ เที่ยวนี้ตั้งใจที่จะชนะ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเปิดใจหมดแล้วกลับมาเพราะอะไร ตั้งใจทำอะไร จะทำอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นวิธีคิด เรียนรู้จากอดีตทั้งสิ่งที่สำเร็จสิ่งที่ล้มเหลวสิ่งที่ถูกใจและขัดใจคน ผมตั้งใจเต็มที่ และเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน บ้านเมืองสุจริตเกิดขึ้นได้ เศรษฐกิจที่ดีเกิดขึ้นได้ ชีวิตที่มั่นคงเกิดขึ้นได้ ไทยหายจนได้ ไม่ต้องทนทุนเทาอีกต่อไป 8 กุมภาฯกาฟ้า 27 ประชาธิปัตย์ทุกเขตเลือกตั้ง“ นายอภิสิทธิ์กล่าว