ผ่า ‘ปริ๊นซ์กรุ๊ป’ สหรัฐฯโยง ‘สแกมเมอร์’ ใช้ที่อยู่ตึก ‘ซิโน-ไทย’

ผ่า ‘ปริ๊นซ์กรุ๊ป’ สหรัฐฯโยง ‘สแกมเมอร์’ ใช้ที่อยู่ตึก ‘ซิโน-ไทย’

พบการจดทะเบียนบริษัทในไทยชื่อ "ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด" ซึ่งทำธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่ "อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์" ย่านอโศก

KEY

POINTS

  • สหรัฐอเมริกาเตรียมใช้กฎหมายคว่ำบาตรองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยพุ่งเป้าไปที่ "ปรินซ์กรุ๊ป" ของนายเฉิน จื้อ ซึ่งถูกอัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางการฉ้อโกงและฟอกเงินครั้งใหญ่ในเอเชีย
  • นายเฉิน จื้อ ประธานปรินซ์กรุ๊ป มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองระดับสูงของกัมพูชาหลายคน รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุน เซน และสมเด็จฮุน มาเนต
  • พบการจดทะเบียนบริษัทในไทยชื่อ "ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด" ซึ่งทำธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้ที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่ "อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์" ย่านอโศก

วานนี้ (16 ต.ค.) สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และเว็บไซต์บีบีซีไทย รายงานอ้างถึงร่างกฎหมายของสหรัฐอเมริกา เพื่อจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจร่วมระหว่างหน่วยงานเพื่อปราบปรามกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ที่มีการฉ้อโกงชาวสหรัฐฯ โดยข้อมูลจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ระบุว่า มีชาวอเมริกันสูญเงินไปอย่างน้อย 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 320,000 ล้านบาท) จากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ซึ่งมีศูนย์กลางความเคลื่อนไหวอยู่ในหลายประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ทั้งนี้ในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว อ้างว่า องค์กรอาชญากรรมจีนเคลื่อนไหวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หันมาใช้รูปแบบการหลอกลวงออนไลน์ ผ่านกลโกงการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลที่ซับซ้อน โดยเหยื่อเหล่านี้มักถูกหลอกโดยกลุ่มคนที่มาจากการบังคับใช้แรงงาน หรือค้ามนุษย์ ถูกล่อหลวงให้มาสมัครงานเท็จ แต่ข้อเท็จจริงคือถูกนำตัวไปกักขังไว้ในสถานที่ปิด และถูกบังคับให้ทำยอดการหลอกลวงให้ได้ตามเป้า มิฉะนั้นจะถูกทรมานหรือลงโทษรุนแรง

ร่างกฎหมายดังกล่าวระบุด้วยว่า ศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ พบมากในเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยองค์กรอาชญากรรมชาวจีนมักดำเนินงานร่วมกันกับรัฐบาลเผด็จการของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ในร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ระบุถึงการใช้อำนาจมาตรการ “คว่ำบาตร” โดยประธานาธิบดี พร้อมเปิดเผยชื่อชาวต่างชาติ และบริษัทที่ถูกพิจารณาว่าจะถูกคว่ำบาตร เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับศูนย์หลอกลวงออนไลน์ หรือค้ามนุษย์

ผ่า ‘ปริ๊นซ์กรุ๊ป’ สหรัฐฯโยง ‘สแกมเมอร์’ ใช้ที่อยู่ตึก ‘ซิโน-ไทย’
(เว็บไซต์ปริ๊นซ์ โฮลดิ้ง กรุ๊ป ในกัมพูชา)

บีบีซีไทย อ้างว่า มีบุคคลชาวต่างชาติจำนวน 43 รายชื่อ เป็นกลุ่มบุคคลและบริษัทที่เคยถูกรายงานในสื่อไทยก่อนหน้านี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในแง่ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับบุคคลทางการเมืองระดับสูงหรือทางธุรกิจ

ประเด็นที่น่าสนใจ ปรากฏชื่อของ นายเฉิน จื้อ (Chen Zhi) หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า “วินเซนต์” ชายเชื้อสายจีน สัญชาติสหราชอาณาจักร และกัมพูชา เป็นประธานบริษัท ปรินซ์ โฮลดิง กรุ๊ป (Prince Group) โดยบริษัทแห่งนี้ถูกอัยการสหรัฐฯ ประจำเขตนิวยอร์กตะวันออก และแผนกความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นคำร้องทางแพ่งไปเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2568 เพื่อริบทรัพย์สินเป็นบิตคอยน์มูลค่าประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.88 ล้านล้านบาท) ซึ่งเชื่อว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงและการฟอกเงินของนายเฉิน จื้อ

บีบีซีไทยอ้างจากสำนักอัยการสหรัฐฯ ระบุว่า นายเฉิน จื้อ และผู้บริหารระดับสูงทำให้กลุ่มปรินซ์กรุ๊ปเติบโต กลายเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยชายชาวจีนคนนี้มีความใกล้ชิดกับนักการเมืองระดับสูงของกัมพูชาหลายคน ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของนายเฮง สัมริน อดีตประธานรัฐสภา รวมถึงนายซอ เค็ง อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยของกัมพูชา และมีความสนิทสนมกับนายซอ โสกา ผู้เป็นลูกชาย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา

นอกจากนี้ นายเฉินได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของสมเด็จฮุน เซน และเคยเดินทางไปทำภารกิจการทูตเคียงคู่กับผู้นำตระกูลฮุนที่คิวบา รวมถึงเป็นตัวแทนมอบความช่วยเหลือลาวในนามรัฐบาลกัมพูชาด้วย และเมื่อสมเด็จฮุน มาเนต ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ชายชาวจีนรายนี้ก็อยู่ในรายชื่อ 1 ใน 104 ที่ปรึกษาของลูกชายคนโตของตระกูลฮุน ซึ่งตำแหน่งนี้มีระดับเทียบเท่ารัฐมนตรี

อย่างไรก็ดีที่ผ่านมา ปรินซ์กรุ๊ป ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และเชื่อว่าเป็นผลมาจากการปลอมแปลงโดยกลุ่มอาชญากร

ขณะที่ ไทยพีบีเอส รายงานอ้างว่า พบเว็บไซต์ที่มีโลโก้และชื่อเดียวกันกับปรินซ์กรุ๊ปของนายเฉิน ที่ระบุว่ากลุ่มบริษัทดังกล่าวเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หลายแห่งในไทยด้วยเช่นกัน โดยเป็นของ บจก.ปรินซ์ อินเตอร์เนชันแนล คอมพานี (Prince International) ในกรุงลอนดอน

บริษัทแห่งนี้มีสำนักงานอยู่ในกรุงไทเปของไต้หวัน กรุงเทพมหานคร กรุงลอนดอน รวมถึงกรุงพนมเปญของกัมพูชา โดยมีพอร์ตการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศพื้นที่มากกว่า 3.6 ล้าน ตร.ม. และมีพื้นที่พัฒนากว่า 5 ล้าน ตร.ม. ไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม คลับ ศูนย์การค้า ไปจนถึงสำนักงาน โรงแรม วิลลา หรือเกาะต่าง ๆ 

ทั้งนี้ ในเว็บไซต์ใช้ชื่อบริษัทว่าไต้หวัน ปรินซ์ เรียล เอทสเตท อินเวสเมนท์ (Taiwan Prince Real Estate Investment) ที่ระบุเบอร์โทรศัพท์ขึ้นต้นรหัสในไต้หวัน และอ้างว่าบริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในบางโครงการของ บมจ.ริชี่เพลส 2002, บมจ.แสนสิริ และ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชัน ทว่าปัจจุบันเว็บไซต์ดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้แล้ว

ผ่า ‘ปริ๊นซ์กรุ๊ป’ สหรัฐฯโยง ‘สแกมเมอร์’ ใช้ที่อยู่ตึก ‘ซิโน-ไทย’

อย่างไรก็ดีพบว่าบริษัทดังกล่าว มีการจดทะเบียนในไทย ชื่อว่า บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ “อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์” อโศก กทม.

ล่าสุด กรุงเทพธุรกิจขยายผลเพิ่มเติม พบว่า บริษัท ปริ้นซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แจ้งข้อมูลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่ามีที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ที่ “อาคารซิโน-ไทย ทาวเวอร์” จริง โดยระบุที่อยู่ว่า 32/28 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

ผ่า ‘ปริ๊นซ์กรุ๊ป’ สหรัฐฯโยง ‘สแกมเมอร์’ ใช้ที่อยู่ตึก ‘ซิโน-ไทย’
(ภาพจาก ไทยพีบีเอส)

สำหรับบริษัทแห่งนี้ พบว่า จดทะเบียนเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2565 ทุนปัจจุบัน 2 ล้านบาท ประกอบธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ปรากฎชื่อนาย หวัง ยู่ ถัง สัญชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เป็นกรรมการรายเดียว นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อ 30 เม.ย. 2568 หวัง ยู่ ถัง ถือหุ้นใหญ่สุด 49% นายพิภพ ประทุมวัลย์ ถือ 21% นายปริตวาทย์ กุลศรีสุวรรณ ถือ 20% นายวุฒิชัย ประทุมวัลย์ ถือ 10%

บริษัทนี้มีการแจ้งเพิ่มทุนจดทะเบียนจากเดิมในปี 2565 จำนวน 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 2 ล้านบาทเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2566 ขณะที่นายหวัง ยู่ถัง เพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการ เมื่อ 5 ก.ย. 2566 และนายวุฒิชัย ประทุมวัลย์ เข้ามาเป็นกรรมการเมื่อ 10 เม.ย. 2567 

สำหรับความเคลื่อนไหวของผู้ถือหุ้นก่อนหน้านี้ ระหว่าง ม.ค. 2566-ส.ค. 2566 พบว่า มีผู้ถือหุ้น 3 ราย คือ พิง ไซอึซ์ ฮวง (สัญชาติจีน) ถือ 49% นายรัชกฤช นิธิธนภัทร์ ถือ 46% ณิชาณัญช์ ทาระศักดิ์ ถือ 5%

ผ่า ‘ปริ๊นซ์กรุ๊ป’ สหรัฐฯโยง ‘สแกมเมอร์’ ใช้ที่อยู่ตึก ‘ซิโน-ไทย’

สำหรับผู้ถือหุ้นคนปัจจุบันอย่าง นายหวัง ยู่ถัง ถือหุ้นใหญ่สุด 49% นายพิภพ ประทุมวัลย์ ถือ 21% นายปริตวาทย์ กุลศรีสุวรรณ ถือ 20% นายวุฒิชัย ประทุมวัลย์ ถือ 10% พบว่า เป็นกรรมการบริษัทเพิ่มเติมอีกดังนี้

1.นายหวัง ยู่ ถัง ไม่พบข้อมูล

2.นายพิภพ ประทุมวัลย์ ถือหุ้นอีก 2 บริษัทที่เลิกกิจการไปแล้วคือ บริษัท ไอเดีย อินโนเวชั่น จำกัด และบริษัท วีแคน ทีเอช จำกัด

3.นายปริตวาทย์ กุลศรีสุวรรณ ถือหุ้นอีก 4 บริษัท/หจก. ได้แก่  ห้างเพชรทอง กุลศรีสุวรรณ ป่าแพ่ง บริษัท วีวี แคน ทีเอช จำกัด บริษัท  ออกัส พลัส จำกัด และเลิกกิจการ 1 แห่งคือ บริษัท  วีแคน ทีเอช จำกัด

4.นายวุฒิชัย ประทุมวัลย์ ถือหุ้นอีก 5 บริษัทคือ บริษัท รักษ์ษาทรัพย์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ จำกัด และบริษัท  ริเว่อร์วิว โพรเทคท์ แอนด์ คลีนนิ่ง จำกัด เลิกกิจการ 2 แห่งคือ บริษัท ไอเดีย อินโนเวชั่น จำกัด และบริษัท วีแคน ทีเอช จำกัด  เลิกกิจการแบบเสร็จชำระบัญชีแล้ว 1 แห่งคือ บริษัท สิน ไทย อัลไลแอนซ์ เทรดดิ้ง จำกัด

อย่างไรก็ดีบุคคลข้างต้นยังมิได้ถูกตรวจสอบจากหน่วยงานของรัฐไทย เป็นข้อมูลที่ถูกอ้างถึงจากร่างกฎหมายของสหรัฐฯ และปรากฏจากกรมพัฒนาธุรกิจค้าเท่านั้น ดังนั้นจึงยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

เรื่องที่คุณอาจสนใจ