“ขวัญชัย ไพรพนา” แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง พร้อมเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์และสันติวิธีของศาลจังหวัดอุดรธานี ในคดีถูกกลุ่ม พธม.อุดรฯ ฟ้องร้อง...
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 เมษายน ศาลจังหวัดอุดรธานีได้นำคดีอาญาที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือ พธม.อุดรธานี โดยฝ่ายโจทก์มี 7 คน ประกอบด้วย นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ นายรังษี ศุภชัยสาคร นางธันยนันท์ จรัสจิรวงศ์ นายชนะศักดิ์ ผ่องเพลิดพริ้ง นายแก้ว จันธิชู น.ส.สุจิรา มีชั้นช่วง และนายรัตนชัย ทองสุข ได้ยื่นฟ้อง นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนาประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำ นปช.เป็นจำเลยที่ 1และ นายอุทัย แสนแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เป็นจำเลยที่ 2
โดยกล่าวหา"พยายามฆ่าทำร้ายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทำให้เสียทรัพย์" เหตุเกิดที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อวันที่ 24กรกฎาคม2551 โดยในวันนี้ นายขวัญชัย ในฐานะจำเลยที่ 1 พร้อมคณะทนายความ ได้เดินทางมาศาลจังหวัดอุดรธานี ในขณะที่นายเจริญ โจทก์ที่ 1 และทนายความ ได้มาร่วมรับฟัง
ซึ่งศาลได้พิจารณาให้ทั้งโจทก์และจำเลย นำคดีเข้าสู่การดำเนินการในศูนย์สมานฉันท์และสันติวิธีของศาลจังหวัดอุดรธานี ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2554 ศาลจังหวัดอุดรธานี นายอุทัยฯ จำเลยที่ 2 และจำเลยทั้ง 7 คน สามารถพูดจาจนตกลงกันได้ โดยทางนายอุทัย จำเลย ได้ขอโทษ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายเยียวยาให้แก่ฝ่ายโจทก์ทั้ง 7 จนเป็นที่พอใจและถอนฟ้องคดี
ในขณะที่ นายขวัญชัย เปิดเผยว่า นับเป็นความเมตตาของศาลที่นัดให้คู่ความมาเจอกัน พร้อมกับทนายทั้ง 2 ฝ่าย และได้แนะนำให้นำคดีเข้าสู่โครงการสมานฉันท์ของศาล ซึ่งทั้งทางตนและทนายความ และทางฝ่ายโจทก์ คือ นายเจริญ ต่างก็เห็นด้วยที่จะนำคดีเข้าสู่โครงการฯ เพราะจะได้ทำการพูดคุยกัน เนื่องจากเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นมานานแล้ว และวันนี้เราต้องการความปรองดอง ทางตนจึงไม่ขัดข้องที่จะเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งบรรยากาศวันนี้เป็นไปด้วยดี
นายขวัญชัยฯ กล่าวอีกว่า การที่นายอุทัยฯ จำเลยที่ 2 ตกลงไกล่เกลี่ยไปก่อนหน้า น่าจะทำให้เป็นเหตุต่อเนื่อง เพราะคุณอุทัยฯ เขาจะไปลงสมัคร ส.ส.ก็ยอมที่จะเข้าสู่โครงการสมานฉันท์ฯ ส่วนตนนั้นได้บอกไปแล้วว่า ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ตนก็ยินดีที่จะเข้าโครงการ แต่หากว่ามันเกินไป ก็คงจะต้องว่าไปตามกระบวนการ เพราะตนไม่ได้หวังว่าจะไปเล่นการเมือง เพื่อนำสถานะทางการเมืองมาเป็นเอกสิทธิ์คุ้มครอง ตนไม่ต้องการเช่นนั้น ตนต้องการที่จะสู้ในกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนนายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ โจทก์ที่ 1 เปิดเผยว่า การที่ศาลนำคดีเข้าสู่โครงการสมานฉันท์ โดยอ้างว่าได้ดูจากสำนวนคดีเก่า ที่นาย อุทัยฯ จำเลยที่ 2 ได้เข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์และคู่ความสามารถตกลงกันได้ และศาลบอกว่า นายขวัญชัยฯ จำเลยที่ 1 ยังไม่มีโอกาสเข้าสู่กระบวนการเช่นนี้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับคู่ความทั้งสอง ตนจึงเห็นว่า เมื่อทางทนายของทั้งคู่ได้การประสานกันมาก่อนว่าจะลองเข้าสู่กระบวนการสมานฉันท์ เผื่อจะมีหนทางต่าง ๆ และจะได้ไม่เสียเวลาด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งตนก็ไม่ได้ปิดกั้น